Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

Current CHURCH!!! – คริสตจักรของเรา

on January 19, 2012

[ จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ แต่พอดีเขียนของอีกวัน เกี่ยวข้องกัน เลยแวะมาเขียนของวันนี้ ]

เรื่องราวในคริสตจักร ปีที่ผ่านมา เหมือนจะได้พักการงานต่างๆ (บ้าง)
เพื่อน พี่ น้อง หลายคน ก็หายหน้า หายตาไปจากวงการ สืบสาวราวเรื่องได้ความว่า
ไม่อยากมาโบสถ์ เพราะคนโน้น คนนี้ ที่เป็นคริสเตียนยังทำนิสัยไม่ดี ฯลฯ อยู่เลย
ไม่อยากมาโบสถ์ เพราะพี่น้องบางคน ไม่ได้ติดต่อ สร้างความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่ดีให้

เคยนั่งกินก๋วยเตี๋ยวร้านหน้าโบสถ์ หญิงสาวคนหนึ่งบ่นคนนี้ คนนั้น คนที่โบสถ์
สามีของเธอจึงพูดขึ้นมาว่า คนที่มาโบสถ์เป็นคนบาปทั้งนั้น คนดีๆ เค้าไม่มาโบสถ์กันหรอก
เห็นจริง!!! เราก็คนนึงละ ที่เป็นคนบาป เคยมีนิสัยไม่ดีหลายอย่าง และอาจยังมีบางอย่าง
อยู่ในคริสตจักร ถ้าไม่มีความรักพระเจ้า ต้องใช้คำว่า “โคตรอดทนเลย

ถ้าเราจะไม่อยากมาโบสถ์ คงมี 1-2 เหตุผล
ประการแรก คือ เวลาที่เรารับกำลังจากพระเจ้าไม่มากพอ เราเหนื่อย
ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระยะไกลจากบ้าน สุขภาพกาย หรือจิตใจที่รักผู้คน
กำลังที่ว่านั้น มาจากความรักของพระเยซู ผ่านการติดสนิทกับพระเจ้าเท่านั้น
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ปีหลังๆ การเขียน Blog น้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก
ถ้าไม่รู้สึก ถูกดลใจ หรือ มีไฟอะไรล้นๆ ออกมา อยากประกาศ อยากบอก
ก็ไม่อยากเขียน เพียงเพราะเรามี Blog และเป็นหน้าที่ที่ต้องเขียนรายวัน
แต่อยากเขียนเพราะมีสิ่งเร้าใจ มีเรื่องน่าสนใจที่อยากแบ่งปัน โดยธรรมชาติ

ส่วนอีกประการ คือ ความเยือกเย็นของคริสตจักร
ไม่ได้ว่าใครคนใดคนหนึ่ง แต่หมายถึงโดยรวม เป็นภาพธรรมบัญญัติที่รุนแรงกว่าพระคุณ
วิญญาณศาสนาวนเวียน ให้รู้สึกบางอย่างมันจืดชืดเหมือนตายแล้ว โดยเฉพาะการนมัสการ
เหมือนเวลาเราหิวน้ำ เราอยากกระโจนเข้าไป แต่มันแห้งเหือด ไม่พบ ไม่ได้รับการเติมเต็ม
ถ้าถามว่า การนมัสการ เป็นที่ตัวคนนั้นๆ หรือเปล่า ใช่ แต่ใช่ว่าคริสตจักรจะไม่มีส่วน
คริสตจักรบางแห่ง คนที่ไม่มีความเชื่อ ไม่รู้จักพระเจ้ามาก่อน ก็กลับใจเมื่อได้สัมผัสที่รุนแรง

การนมัสการ ไม่ได้หมายถึงการเล่นดนตรี ร้องเพลงคริสเตียน
เคยไปคริสตจักรต่างจังหวัดบางแห่ง ที่แทบไม่มีเครื่องดนตรี
ก็สัมผัสการทรงสถิตได้ แม้แต่ขนแขนที่อยู่ภายนอกจิตวิญญาณยังสัมผัสถึงไฟ
หรือคริสตจักรบางแห่ง ที่ใช้แต่เพลง Hymn เพลงชีวิตคริสเตียนแบบโบราณ
บรรเลงเปียโนแบบโบสถ์สภา ก็ยังมีการทรงสถิต แม้จะไม่ได้อึกทึกครึกโครมอะไรเลย

ทำไมคริสตจักร เต็มไปด้วยผู้คนเจ็บป่วย ที่ยังไม่ได้รับการรักษา
(ไม่ต้องกล่าวถึง ไข้หวัด อาการปวดหัวเล็กๆ น้อยๆ แบบนั้นหมอโรงพยาบาลก็รักษาได้)
TL Osborn บอกว่า ทุกครั้งที่พระเยซูเริ่มทำพันธกิจบนโลก เป็นพันธกิจของ “การอัศจรรย์”
คิดว่าจริงมั๊ย ลองค้นดูไบเบิ้ลได้ทุกตอน ไม่ว่าจะรักษาคนตาบอดให้มองเห็น คนพิการให้หาย
เรียกคนจากความตาย 5555 เรายังไม่เคยเห็นสิ่งนี้ในคริสตจักร เห็นแต่การหายโรคย่อมๆ
ส่วนคนหายจากมะเร็ง หายจากอัมพาต ในคริสตจักรที่เราอยู่ เป็นเรื่องเก่าที่เล่ากันเมื่อ 10 ปีมาแล้ว
เราไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไรเป็นพิเศษ เน้นจำนวนคน แต่ก็แทบจะไม่เพิ่ม คนป่วยก็ยังป่วยอยู่

นี่เป็น 2 เหตุผลหลักที่บางทีมันเบื่อ … เพราะเราต้องการ การทรงสถิตแบบในพระคัมภีร์
เพราะนี่เป็นยุคสุดท้าย แต่ละวัน แต่ละปี มีอะไรให้เจอ ให้สู้รบมากมาย
ไม่ได้อยากได้แบบว่า “อืมมม … พระเจ้าก็สถิตอยู่ด้วยอะน่ะ”

– ยาโคบเห็นบันไดสวรรค์ที่มีทูตสวรรค์ขึ้นและลงฉันใด คริสตจักรจะได้เห็นนิมิต และเผยพระวจะอย่างนั้น
-โมเสส พูดคำว่า Show me Your glory ฉันใด คริสตจักรจะได้พบการทรงสถิตแบบภูเขาซีนายฉันนั้น
– ซาโลมอนถวายเครื่องบูชา จนปุโรหิตยืนอยู่ไม่ได้ฉันใด ผู้คนที่เข้ามานมัสการก็จะสัมผัสกับพระสิริแบบนั้น
– เอลียาห์เรียกไฟลงมาเผาแท่นบูชาที่น้ำนองอยู่ฉันใด คริสตจักรก็จะมีไฟทำให้คนกลับใจได้ยิ่งกว่านั้น

ถ้างั้นไปคริสตจักรอื่น หรือแถวบ้านที่เข้าประตูปุ๊บ
สัมผัสความรัก ได้ยินเสียงพระเจ้าทันทีเลย ดีมั๊ย???

อันที่จริง ไม่ใช่ว่าไม่เคยไป เคยไป แต่ไม่มาก ในช่วงที่เหนื่อยทั้งใจและกาย
ไม่อยากเดินทาง ไม่อยากอะไรกะคน ไปโบสถ์แถวบ้าน ง่ายดี แล้วก็สัมผัสมากด้วยนะ
อยากไปแล้ว อยากไปอีก แต่รู้อย่างนึงว่า ทุกครั้งที่ไป พระเจ้าจะทรงเรียกด้วยอะไรหลายๆ อย่าง
ให้คิดถึงความรับผิดชอบบางอย่าง (ที่เคยปฎิเสธพระองค์ว่าไม่ใช่) ให้คิดถึงสิ่งดีๆ ของผู้คนที่ผูกพัน
ให้พี่น้องบางคนมาเรียก ที่จะมีโอกาสสามัคคีธรรมร่วมกัน ฯลฯ เอาเป็นว่าพระเจ้าเรียก – จบ-
(ทั้งๆ ที่เคยมีคนพูดต่อหน้า ว่าทำไมไม่ย้ายคริสตจักรไปที่อื่นซักที
มาด่งมาเด่นอะไรอยู่ได้ โลกนี้ไม่ได้ต้องการเราหรอก นิสัยก็ไม่ได้ดีเล้ยยย 5555)

นั่นแหละ คือสิ่งหนึ่งที่เราก็กลับมา และยังอยู่ตรงนี้
ตรงที่ต้องจับจ้อง มองแต่หน้าของพระองค์ คิดถึงการทรงเรียก
ไม่ใช่ว่าเห็นอะไรไม่ดี ก็ย้ายหนีกันไปหมด (บอกตัวเอง ไม่ได้ว่าใคร)

เคยมีน้องคนนึงซึ่งไม่รู้ว่าใคร เมลล์มาบอกว่ามาที่นี่แล้วสะดุดคน ที่นิสัยแย่มากกก
แล้วทำไมพี่ถึงยังเลือกไปโบสถ์ที่นี่ เท่าที่จำคำตอบได้ คือ ในหนังสือวิวรณ์มีคริสตจักร 7 แห่ง
แต่ 5 คริสตจักรได้รับคำตำหนิให้ปรับปรุง แก้ไข ข้อบกพร่อง คริสตจักรไม่ได้เพอร์เฟคเสมอ
ถ้าเจออะไรไม่ดี คนไม่ดี แล้วย้ายหนีไป ก็ต้องย้ายไปเรื่อยๆ
เพราะหาคริสตจักรสมบูรณ์แบบได้ยากกส์

แต่อย่างไรก็ดีนะ เราก็ยังต้องการให้คริสตจักรมีการทรงสถิตที่เข้มข้นเสมอ
เราคิดถึงน้าคนนึงในโบสถ์ที่กำลังเป็นมะเร็งอยู่
เชื่อว่า ถ้าคริสตจักรรับความรักจากพระเจ้ามากพอ น้าคนนี้จะหายด้วยการวางมือ ร่วมมือร่วมใจกัน
ดังที่มาระโกบอกว่า “มีความเชื่อที่ไหน … เมื่อวางมือบนคนไข้คนป่วย คนเหล่านั้น จะหายโรค!!!!!

ถ้ามีคนร่วมหัวจมท้าย พร้อมจะกลับใจ ทุ่มเทด้วยกัน
เราก็จะขอกลับใจ และนำภาระของคริสตจักรมาวางบนบ่าร่วมกัน

 

(ปีหน้านะ) ^____^


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: