Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

China: Hong Kong – Kawloon (IV) – มองดูจีนปี 2011 วันที่ 4 (ฮ่องกง)

on October 17, 2011

เดินทางด้วย Ferry ที่นานที่สุดในชีวิต 2 ชั่วโมงกว่า กว่าจะถึงฮ่องกงได้ ทำเอาเพื่อนชะเมาเรือตอนรอเข้าห้องน้ำซะแทบไปต่อไม่ไหว

พอมาถึงฮ่องกง ด้วยความที่โรงแรมที่พัก ยังไม่ถูก Check Out ทัวร์จะรับผิดชอบด้วยการพาไปไหว้พระชื่อดัง เรารีบขอตัวเป็นคนแรกที่จะขอชอปปิ้งตามรายการเดิมด้วยตัวเอง เค้าเลยพาไปหม่ำอาหารกลางวันแบบแต้จิ๋วก่อน แลกกับติ่มซำพรุ่งนี้เช้า รู้สึกดีมั่กๆ เพราะไม่ค่อยชอบกินติ่มซำ แถมตั้งแต่กินมา มื้อนี้อร่อยสุดแล้ว รสชาดเหมือนแม่ทำให้กิน 555

หลังจากเข้าโรงแรมซักพัก เพื่อนชะอยากเล่นเนท เราเลยลองเข้าดู ปรากฎว่าให้เสียเงิน เลยโทรไปถาม Reception ว่าจริงมั๊ย ปรากฎว่าชั่วโมงละแพงมากอ่ะ แล้วก็เสียเวลาหาเงินฮ่องกงที่หายไปซักพัก หาไม่เจอ เลยออกไปชอปปิ้งแบบหงิดๆ เล็กน้อย ดีที่พกแผนที่มา เพราะเราเดินหลงซ้าย หลงขวา ไม่รู้ทิศ กันตลอด แถม Galaxy Tab 10.1 ที่พกมา ไม่เป็นประโยชน์ เพราะไม่มีเนทใช้ และไม่ได้โหลดแผนที่มาล่วงหน้า

ตอนแรกก็เดินเล่นๆ ไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย แต่ต่อมา ชะอยากได้กล้องไม่เกินห้าพันบาท เข้าร้านแถวๆ Tsim Sha Tsui ไปๆ มาๆ เจอเชียร์ เลยซื้อเกินงบไป แต่ราคาไม่น่าจะแพงมาก เพราะเราถาม Canon 600D ที่เมืองไทยประมาณ 3 หมื่น แต่ฮ่องกงขายที่ 1 หมื่น 8 พันบาท และของหลายๆ อย่างถูกกว่าเมืองไทย (เว้นบางอย่าง) โดยเฉพาะแบรนด์ของฮ่องกง พวก Bossini, Giordano เราเคยซื้อประมาณ 5-6 ร้อยบาทไทย แต่เมืองไทยขายแบบเดียวกันที่ 3 พันกว่าบาท!

ชะชวนนั่ง Subway ไปลง Mong Kok เพื่อเดินเล่น Ladies Market แต่ว่าตอนออกไปเจอโซน Electronic/IT ยาวเป็นถนนสุดลูกหูลูกตา ถัดมาก็เป็นถนนรองเท้าดังๆ สวยๆ ราคาถูกกว่าเมืองไทย 40% ได้ แต่เราจะเดิน Lady Lady กัน เลยถามหาตลาดนี้ แล้วก็เดินเข้าไป แต่เราเฉยๆ เพราะของมันบ้านๆ แต่ราคาไม่บ้าน แล้วก็ดูเหมือนของหน้ารามฯ เลยเดินกันอีกซักพัก แล้วก็นั่งรถไฟใต้ดินกลับ Jordan ซึ่งเป็นสถานีใต้โรงแรม Prudential Hotel ที่เราพักกัน

กลับมาพักขาซักพัก เพราะเมื่อยมากๆ ทั้งเราและชะ ก็หาเรื่องกลับออกไปเดินกันอีก กะไปกันไม่ไกล แต่สุดท้ายหลงไปย่านของกิน นี่เป็นครั้งที่ 3 ที่มาฮ่องกง และไม่มีครั้งไหนที่ไม่เจอคนไทย คราวนี้ กลับเจอหนัก ทุกซอก ทุกมุม ชนิดหนีไม่พ้น แต่เป็นเมืองที่ร้านค้าไม่สิ้นสุด ไม่รู้จุดจบของซอยอยู่ตรงไหน และเราให้นิยามกันว่า เป็นเมืองละลายทรัพย์ ทั้งน้ำหอมเอย เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า ทุกอย่างมันถูกกว่าของไทยเห็นๆ อย่างเพื่อนทัวร์เดียวกัน ไปซื้อกีต้าร์ราคา 9 หมื่น เขาบอกว่า ปกติที่เมืองไทย ขายอยู่แสนสาม โอ้โห ทำไมบ้านเราเก็บภาษีแพงมากเลย

เอาเป็นว่า ตอนกลับโรงแรมอีกรอบ แทบจะคลานกลับเลย เดินจนเมื่อยมาก รองเท้าเซินเจิ้นมันไม่มีส้นนุ่มๆ ให้เดินสบาย จนข้อเท้าแข็งเลย กางแผนที่ดู หลงไปไกลมาก ดีว่ากลับถึงโรงแรมปลอดภัย อาบน้ำนอน หลับไม่รู้เรื่อง

พรุ่งนี้ อยากไปฝั่งฮ่องกง เบื่อฝั่งเกาลูนแล้ว หวังว่าจะได้ไปนะ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: