Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

When God Tell You He Loves – เมื่อพระเจ้าบอกรักเรา

on April 9, 2011

วันนี้เป็นวันที่อึดอัดเหลือเกิน คิด Algorithm ยากๆ ก็เต็มหัวสมองอยู่แล้ว ยังต้องมีความกดดัน และ Irritation อีก มีสิ่งที่ไม่ชอบหลายอย่างเกิดขึ้น ถ้าไม่ระบายออกรุนแรง ก็คงต้องเป็นความโศกเศร้าล่ะมั๊ง

คิดอะไรไม่ออก นอกจากอยากไปโบสถ์ อยากพบพระเจ้าจังเลย ชีวิตมันไม่ไหว(อีก)แล้ว

เวลาที่อะไรมันรุมเร้ามากๆ ชีวิตมันดูเฮงซวย
ชีวิตที่มีพระเจ้าก็มีปัญหาอยู่แล้ว แต่เวลาที่ห่างพระเจ้ามากๆ ปัญหามันเยอะชิปเป๋งงงง
ทำไมชีวิตมันยากจังเลยวะ

ตัดสินใจไม่ผิด ที่ได้ใช้เวลาแม้จะแค่ไม่นานในโบสถ์

Church

Time that Left – เวลาที่เหลืออยู่

หลังจากเพลงนมัสการเสร็จสิ้น ชายหนุ่ม ล่ำสันนามว่าแดเนียล (เป็นชื่อที่โหลที่สุดของคนอังกฤษ) ออกมาแชร์บางสิ่งบางอย่างจากหนังที่เขาเพิ่งดูเรื่อง Source Code (หลังจากนั้นซัก อาทิตย์เราไปดูมา ชื่อเรื่อง นึกว่าเกี่ยวกะคอมฯ เพราะมันเป็นศัพท์โปแกรมมิ่ง ไม่ค่อยหนุก แต่แดเนียลแชร์ได้ดี) หนังเกี่ยวกับเวลา 8 นาทีที่พระเอกมีก่อนจะตาย แดเนียลจึงให้แบ่งกลุ่มคุยกันว่า ถ้าเราเหลือเวลาในชีวิต อาจจะ 8 นาที 1 ชั่วโมง 1 เดือน 1 ปี เราจะทำอะไรกัน และใครจะรู้ ว่าเราเดินออกไป เราอาจจะตายตอนไหนก็ไม่รู้

พอจับกลุ่มคุยกันเสร็จ ก็มีบางคนแชร์ว่าเขาจะทำอะไรกันบ้าง บ้างก็จะกลับไปเคลียร์กับอริ บ้างจะไปให้อภัยศัตรู บ้างจะไปท่องเที่ยวรอบโลก บ้างจะไปสารภาพรัก บ้างก็จะไปประกาศให้พ่อแม่เชื่อพระเยซู (เพราะปกติไม่กล้า แต่ถ้าเหลือเวลาไม่มาก จะไปบอก) บ้างก็จะใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก … นี่เป็น Quality Question ที่เราชอบถามตัวเอง และบางครั้งก็ถามคนอื่น แต่แดเนียลตรงใจ และชัดเจนกว่าเรา ตรงที่เขาบอกคนเหล่านั้นไปว่า “ทำไมคุณต้องรอทำสิ่งเหล่านี้ ในเวลาที่เหลือเพียงไม่มาก ทำไมถึงไม่ทำตอนนี้” “มันไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่คนเรามักถูกความกลัวยับยั้งเราเอาไว้” ใช่แล้ว ทำไมไม่ทำเลย ความกลัวใช่มั๊ย!!!???

They’re Disable to Kill Us – “เขาฆ่าเราไม่ได้แล้ว”

แดเนียล เล่าถึงชีวิตของเขาในอเมริกา ช่างเป็นประเทศที่ได้ยินเรื่องพระเจ้ามากจริงๆ และผู้คนก็ชินชากับเรื่องเหล่านี้ แต่ในอีกซีกโลก อย่างเอเชีย ที่มีผู้คนมากมายหิวกระหาย และไม่เคยได้ยินเลย เขาจึงได้จากบ้านเกิด และเดินทางไปในถิ่นต่างๆ มากมาย และส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ชาวอเมริกันมองว่าป่าเถื่อน และข่มเหงคริสเตียน (บางประเทศตัดหัวคริสเตียน เสียบประจาน ผิดที่ต่างศาสนา) แม่ของเขาเป็นห่วงมาก กลัวลูกจะโดนฆ่าตาย แต่เขาพูดคำหนึ่งว่า “เขาฆ่าเราไม่ได้อีกแล้ว เพราะเราตายแล้ว ตายกับพระเยซู” ความเข้าใจประโยคนี้มันพุ่งพรวดเข้ามามหาศาล ด้วยสถานกาณ์ที่เผชิญอยู่ ฉากสตีเฟ่นโดนหินขว้างลอยมา +นึกถึงพระคำข้อที่เรา(เคย)ยึดถือมากๆ ในกาละเทีย 2.20 และการแบกกางเขนติดตามพระเจ้าทุกวัน ถ้าเราตายไปแล้ว โลกนี้จะฆ่าเราตายอีกไม่ได้ เราจะไม่มีความรู้สึก ไม่มีความเจ็บปวด

ปัญหาคือ เราเคยตายกับพระองค์ แต่บางวันยังมีชีวิต พระเยซูถึงได้บอกให้เอาชนะตัวเอง แบกกางเขนตามพระองค์ “ทุกวัน” … ตอนที่เราเลือกเดินตามเสียงของพระองค์ พระองค์บอกเราไว้แล้วถึง “ความเกลียดชังของโลก” ระบอบของโลกมักจะเข้ามากดดัน ที่แม้แต่คริสเตียนด้วยกัน บางคนจะนิยามไว้ว่า “ไอ้พวกโฮลี่” “ไอ้พวกเคร่ง” … เมื่อเราได้ฟังแชร์ กำลังใจก็ขึ้นมา และตอบตัวเองได้ว่า เรามาถูกทางแล้ว เดินกับพระองค์นั้นเจ็บปวดและยากก็จริง (2 ทิโมธี 3:12) แต่เราก็เลือกแล้ว และเราจะเดินอย่างไม่มีวันหันกลับ (กลับไปเมื่อไหร่ มารซาตานรอขย้ำยิ่งกว่านี้อีก) ขอพระเจ้าช่วยลูกให้ตายๆๆๆๆ และโลกนี้ไม่สามารถทำร้ายลูกได้อีก

Freedom of Thailand – เสรีภาพของคนไทย

ดาเนียลบอกว่า ประเทศไทยที่เขากำลังรับใช้อยู่ เป็นประเทศที่มีเสรีภาพที่สุดในการนมัสการพระเจ้า!!! ประเทศจีนได้เพิ่มระดับการข่มเหงคริสเตียน ประเทศตะวันออกกลางฆ่าแบบพิศดาร ฯลฯ แต่เราดีใจหรือไม่ในเสรีภาพ??? … เราไม่คิดจะตอบว่าดีใจกับคำถามนี้ แต่อึ้งไปชั่วขณะเพื่อจะหาคำตอบว่ารู้สึกอย่างไร จนภาพงาน อ.แพทริเซีย วิ่งเข้ามา เธอเล่าถึงคริสเตียนในประเทศหนึ่ง ถูกจำจอง ล่ามโซ่ ล่ามคอไว้ ไม่ให้เงยหน้าสู่ฟ้าสวรรค์ จนวันนึง เป็นวันฉลองของประเทศ ผู้คุมจึงถามคริสเตียนว่า อยากขออะไรมั๊ย ให้ได้อย่างหนึ่ง คริสเตียนขอให้เอาห่วงที่คอออกซักครู่หนึ่ง ผู้คุมเอาออกให้ แต่บอกว่าอย่าเงยหน้าเพื่อนมัสการพระเจ้านะ คุณจะตายเอา แต่พวกเขากลับเงยหน้า และนมัสการพระเจ้าในฟ้าสวรรค์ และพวกเขาก็จบชีวิตลง อ.แพท พูดด้วยน้ำว่าบอกว่า เธอเองก็ไม่เคยต้องแลกอะไรเพื่อนมัสการพระเจ้าด้วยเสรีภาพขนาดนั้น แต่พวกเขาเป็น True Worshiper ที่ยอมแลกด้วยชีวิต

การนมัสการของชายจากปากีสถาน

ความเข้มข้นยังดำเนินต่อไป เมื่อเขาเล่าถึงเพื่อนคนนึง (ไม่ทันฟังชื่อ) จากปากีสถาน ขณะที่ชายปากีคนนี้อายุ 7 ขวบ พ่อของเขาบอกให้เด็กน้อยหาครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษ เพราะครอบครัวจะย้ายไปอยู่ New York แต่ในประเทศเขา หาไม่ได้เลย (เมื่อ 20 กว่าปีก่อน) ในที่สุด เด็กน้อยก็ได้พบกับครูที่สอน แต่เป็นมิชชันนารีชาวเกาหลี และเขาพูดเรื่องพระเยซูให้เด็กคนนี้ฟัง เด็กน้อยตื่นเต้นมาก หลังจากไปนิวยอร์ค เขากลับมาหาคุณยาย เพื่อเล่าเรื่องพระเยซูให้ยายฟัง แต่ยายกลับขู่ว่าในพวกเรา (ประเทศนั้น) ไม่มีใครเชื่อพระเยซู ถ้าพ่อแกรู้ แกโดนฆ่าแน่ๆ วันนึง คุณพ่อก็กลับมาจากนิวยอร์ก เด็กน้อยตัดสินใจเล่าเรื่องพระเยซูให้พ่อฟัง พ่อกลับไม่ต่อต้านแต่บอกว่าน่าสนใจมาก เพราะตอนที่อยู่ new york แม่ทิ้งพ่อไปมีชู้ และพ่อกะจะเอาอาก้าไปยิงกราดถล่มสถานที่ของแม่หลายครั้งหลายครา แต่ทุกครั้งจะนึกถึงลูกขึ้นมา พร้อมกับเห็นหน้าชายคนหนึ่ง ที่มารู้ทีหลังว่าเป็นพระเยซู … และในที่สุดคนในครอบครัวนี้ ก็มาเป็นคริสเตียน เชื่อพระเยซูทุกคน

เมื่อเรื่องเล่านี้จบ นึกว่ามาจากหนังสือ หรือเรื่องไกลตัว แต่ชายปากีสถานคนนั้น ยืนอยู่ใกล้ๆ ตรงนั้น พร้อมออกมาจับกีต้าร์ นมัสการพระเจ้า … เชื่อหรือไม่ เพียงแค่เขาเล่นดนตรี กีต้าร์ ตึง ตึ่ง ตึ๊ง ไม่ทันได้ร้องเพลง การทรงสถิตของพระเจ้า การเจิม ไฟ และการปลดปล่อย ก็อยู่ที่นั่นแล้ว!!!!! ความกดดันภายในจิตใจกำลังไหลออกไป และรับสัมผัสจากเบื้องบนอย่างเร่าร้อน

When God Tell You He Loves

ภาพเหตุการณ์ที่นับตั้งแต่วันที่ตัดสินใจเลือกเอาขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ (มัทธิว 13.44 แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนขุมทรัพย์ที่ซ่อนไว้ในทุ่งนา เมื่อพบแล้วก็ไปขายสิ่งที่มีอยู่ทุกอย่าง เพื่อซื้อที่นานั้น) …. วิ่งเข้ามาหลายชอทต่อเนื่อง ขณะที่อยู่ในบรรยากาศการนมัสการ โลกนี้พยายามเหลือเกินที่จะบอกว่าเราผิด เราตัดสินใจผิด ตกต่ำ ย่ำแย่ ไม่เป็นอย่างที่มนุษย์คาดหวัง เมื่อเราอ่อนกำลังลงทุกทีๆ และรับเอาเสียงเหล่านั้นเข้ามา เรามันไม่ได้มาตรฐานอย่างที่คนอื่นคาดหวังไว้กับเรา … ในชอทเหล่านั้นเอง ที่พระเจ้าบอกว่าพระองค์ทรงชื่นชมเรามาก และให้กำลังใจเราว่า ทำถูกแล้ว!!! พร้อมทั้งบอกคำๆ หนึ่งว่า “เรารักเจ้า

เรารู้ว่าพระเจ้ารักเรา และหลายคนก็รู้ว่าพระเจ้ารักมนุษย์มาก … เวลาที่เรารู้ กับเวลาที่เรา “สัมผัส” เมื่อยามที่ถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยฤทธานุภาพ แต่อ่อนโยน นุ่มนวล แผ่ซ่านจากคำพูดของพระองค์เอง มันต่างกันมาก คนละความรู้สึกเลยทีเดียว คำว่า “เรารักเจ้า” ในบรรยากาศตอนนั้น มันมากกว่าอะไรทั้งหมด ได้แต่บอกพระองค์ว่า เดี๋ยวเราค่อยคุยกันนะคะพระองค์ ลูกกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวแล้ว และมันก็ไหลเป็นสายน้ำ พร้อมกับเสียงคราง (ซะด้วย)

คำอธิษฐานของดาเนียล

ขอบคุณเพื่อนจุ ที่คอยปลอบ เราร้องไปหลายชอท จนไม่รู้ว่าจุปลอบเราตอนไหน (ทั้งที่เพื่อนก็โฮ) ตอนที่พระเจ้าบอกรัก หรือตอนที่แดเนียลพูดถึงภาพๆ หนึ่ง? หลังจากพระเจ้าบอกรักไปแล้ว และกดปุ่ม Pause ไว้ก่อน เรายังคงคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามาเป็นระยะๆ ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่าน และโดยเฉพาะวันนี้ แดเนียลกลับมาด้านหน้า บอกว่าพระเจ้าอยากให้เขาอธิษฐานเผื่อ คนๆนึง เขาเห็นภาพหนูน้อยในกล่องสี่เหลี่ยม ที่หาทางออกไม่เจอ และเราก็รู้ทันทีว่าภาพนั้นคือใคร หมายความว่าอย่างไร? (นอกจากนี้เขายังเห็นอีกภาพสำหรับอีกคนหนึ่ง) ช่วงระยะนึง ก็เลยออกไปให้เค้าอธิษฐานเผื่อ เกือบจะผิดหวัง ที่ดาเนียลอธิษฐานสั้นมาก เพราะเราไม่สามารถเจาะจงได้ว่าเรื่องอะไร เพราะมันหลายด้านจนต้องบอกเขาว่า “Everything you can pray” … แม้ตอนแชร์ เขาจะไม่ได้เปิดพระคัมภีร์ซักข้อ แต่เขาเป็นคนชนิดที่จำข้อพระคัมภีร์ บทไหน ข้อเท่าไหร่ ประเภทไหน ได้แม่นกว่าเราเยอะ เขาโน้ตพระคัมภีร์ให้เรา 2 ข้อ ข้อนึงจำได้ทันทีว่าอย่างไร แต่อีกข้อนึงต้องไปเปิด … แต่ในคำอธิษฐานของเขา คำที่จำได้แม่นที่สุดคือ “BE FREE” “DONT BE WORRIED” “PEACE”

Midnight

เพื่อนถามว่าเราเบาลงบ้างมั๊ย เราก็ยังตอบไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจ รู้แต่กลับบ้านไป นอนไม่หลับ ลงมานั่งคุยกับพระเจ้า พระองค์บอกถ้อยคำที่สำคัญชอทนึง
เรามาเพื่อจะให้ … ลูกสาวหมางใจกับมารดา และลูกสะใภ้หมางใจกับแม่ผัว และผู้ที่อยู่ร่วมเรือนเดียวกันก็จะเป็นศัตรูต่อกัน ผู้ใดที่รักบิดามารดายิ่งกว่ารักเรา ก็ไม่มีค่าควรกับเรา และผู้ใดรักบุตรชายหญิงยิ่งกว่ารักเรา ผู้นั้นก็ไม่มีค่าควรกับเรา และผู้ใด ที่ไม่รับเอากางเขนของตนตามเราไป ผู้นั้นก็ไม่มีค่าควรกับเรา
ปิดฉาก ขึ้นนอน … ด้วยรู้ว่าเจออะไร แต่ยังไม่รู้หนทางว่าจะทำอะไร ได้แต่ปล่อยไป “ตามน้ำพระทัย


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: