Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

INCEPTION Movie – โลกที่เชื่อมต่อ Subconscience ในความฝัน

on July 19, 2010

ต้องบอกว่า Inception เป็นหนังที่รอคอยอย่างใจจดใจจ่อที่จะดู เพราะติดใจบทหนังและการกำกับที่เฉพาะตัว
ของ Christopher Nolan ซึ่งมีความเป็นนักจิตวิทยาสูง มีการสอดแทรกเรื่องการเลือก, เรื่องความดี-ชั่ว, ด้านมืด
ของจิตใจมนุษย์ในหนังเกือบทุกเรื่องของเขา ซึ่งเป็นสเน่ห์อันทำให้หนังของเขาประสบความสำเร็จมาแล้ว
ไม่ว่าจะเป็น Batman: Dark Knight แผนการของโจ๊กเกอร์ + ความเป็นฮีโร่ที่แท้จริงของแบทแมน หรือ
The Prestige การชิงความเป็นยอดของมายากลระหว่าง 2 ฝ่าย และอีกหลายๆ เรื่องที่ไม่กล่าวถึงในที่นี้

Inception เป็นหนังที่ต้องใช้ความตั้งใจดู (แอบหลับไม่ได้) และโนแล่นมักตั้งใจสร้างหนังมาให้คนดูซ้ำ (เขาเคยบอก)
หลายคนอาจเดินออกจากโรงแล้วงงๆ บอกดูไม่รู้เรื่อง เหมือนน้องที่ขอดูซ้ำรอบที่ 2 จึงจะเข้าใจ ซึ่งความตั้งใจดูและ
ใส่ใจในทุกคำพูดนี้เอง ทำให้เราโดนหลอก และจับไต๋ไม่ได้จนกระทั่งตอนเฉลยของหนัง Prestige มาแล้ว
แต่ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้แทบไม่มีการหักมุมและการทำเนียนอย่างหนังเรื่องก่อนที่ว่า แต่มัน COMPLICATED!!! สุดๆ

เนื้อเรื่องคงไม่ต้องเล่า เพราะหวังว่าคนที่อ่านนี้จะได้ดูหนังแล้ว ต้นๆ เรื่อง เหมือนกำลังดู The Matrix เพราะยังไม่แน่ใจ
ว่า Inception คืออะไรกันแน่ … Dom Cobb (Leonardo DiCaprio) เป็นนักจารกรรมข้อมูล(จริงที่ซ่อน)ในความฝัน
คล้ายกับ Hacker (ไม่เล่า แล้วจะเล่าไมเนี่ยะ ) แต่ทว่าเค้าถูกว่าจ้างจาก Saito (Ken Watanabe)
ให้เปลี่ยนจากการโขมยเป็นผู้ฝังความคิด เข้าไปในจิตใต้สำนึกในความฝันแทน หรือแปรสภาพเป็น Cracker นั่นเอง
(Hacker แค่หัวขโมย แต่ Cracker ออกแนวทำลาย) โดยมีเพื่อนร่วมทีมจำนวนนึง ที่มีความสามารถต่างๆ กัน
ไม่ว่าจะป้องกันพระเอก ปลอมตัวในฝัน ออกแบบสถาปัตยกรรมในฝัน ฯลฯ และงานที่เขาต้องไปทำ คือ สร้างความคิดใหม่
ให้กับ Robert Fischer (Cillian Murphy) ลูกชายที่กำลังจะสานต่อธุรกิจยักษ์ เพื่อเขาจะเดินทางกลับบ้านไปอยู่กับลูกได้

Warning : หากคุณยังไม่ได้ดูหนังเรื่อง INCEPTION ก่อนที่คุณจะอ่านบทความหนังเรื่องนี้ต่อไป คุณจะเสียใจ
เพราะจะมีการวิจารณ์แบบ Spoil ซัก 35% และถ้าคุณยังไม่ได้ดู บอกได้แค่ว่าให้เรื่องนี้ 10/10 ดูแล้วลองมาอ่านต่อนะจ๊ะ

ชอบตอนที่ Cobb นั่งคุยกับ Ariadne (Ellen Page) ในช่วงแรกๆ … หนังพยายามบอกว่าจิตใต้สำนึกของคนเรานั้น
มันมีจุดเชื่อมต่อความจริง เข้าไปในความฝันที่เราหลับ และจิตใต้สำนึกในความฝันนั้นจะทำงานเชื่อมต่อตัวมันเอง
อาจจะเป็นเรื่องความรู้ ความเข้าใจ ที่เรากำลังมีประสบการณ์ และการทำงานของจิตในความฝัน มีประสิทธิภาพกว่าโลกความเป็นจริง
ตอนที่ดูนี่เข้าใจเลย เพราะสมัยเด็กๆ เวลาที่เราหัดเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ บางครั้งฝันถึง Source Code และ Algorithm อยู่บ่อยๆ
และในฝันนั้นเข้าใจได้มากกว่าโลกจริง เหมือนว่าเรากำลังเรียนรู้แบบก้าวกระโดด พอตื่นมา เราได้ไอเดียที่เขียนโปรแกรมได้ดีขึ้น!

ว่าด้วยความฝัน มันมีส่วนหลายอย่างที่น่าตื่นเต้น และคนปกติธรรมดาเข้าใจได้ ไม่ว่าจะเป็น ฝันว่าตกจากที่สูง การปลุกให้ตื่น
การวางยาสลบ และ ฝันซ้อนฝัน (อันนี้เคย ฝันซ้อน 3 ด้วยตัวเอง เลยรับแนวคิดในหนังได้)
ขณะที่ Cobb กำลังลึกเข้าไปในฝันระดับลึกๆ ระดับ 3 ระดับ 4 จุดอ่อนของเขาในอดีต ได้ตามมารบกวนการทำงานในจิต
ซึ่งไม่มีเพื่อนร่วมทีมคนไหนรู้ เว้นแต่ Ariadne ที่รู้ว่าจิตของพระเอกมีสิ่งที่น่ากลัวซ่อนอยู่ เพราะคนที่มีประสบการณ์ Inception บ่อยๆ
ในระดับชั้นที่ลึกๆ มักจะแยกแยะไม่ค่อยออกระหว่างความเป็นจริงกับความฝัน ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า Totem ตัวถ่วงน้ำหนักคอยบอก

ในส่วนของแอ็คชั่น มันส์สะใจมากกกก อาจจะไม่ได้ระห่ำสไตล์ Die Hard แต่ก็ลุ้นสนุกมาก ภาพก็สวย
น่าสนใจ ฉากทุกฉากมัน โอ้โห เป็นจินตนาการล้วนๆ ซึ่งเชื่อว่า Special Effect เหล่านี้ ก็ไม่สามารถ
ถ่ายทอดจินตนการได้ทั้งหมด
ผู้กำกับ เน้นความคลาสสิคของภาพยนตร์ โดยใช้เนื้อหาที่เข้มข้นมากกว่า
Effect และไม่มี 3D แต่กระนั้น ชอบฉากทุกๆ ฉากที่มันเป็นของใหม่ใน Hollywood ไม่ว่าจะเป็น
ฉากทีมที่กำลังหลับตอนรถกำลังจะตกน้ำ (สวยมาก), ฉากกระจกสะท้อน 2 บาน ฉากที่อยู่ใน Trailer
ที่ตึกหมุนได้ ของจริงยิ่งมันส์ๆๆๆๆ
ฉากไล่ล่าในต้นเรื่องตอนออกจากหลืบกำแพง (ลุ้นตัวโก่งเลย )
ฉากที่จะบุกเข้าตึกที่เต็มไปด้วยหิมะรอบ, เมืองนรกที่เวิ้งว้างในชั้นที่ 4, ฯลฯ คุ้มมาก ไปหลายประเทศ

แม้ว่างานของโนแล่น ใครๆ ก็ว่าสุดยอดอยู่แล้ว หนังเรื่องนี้ ยกระดับมาตรฐานของเขาขึ้นมาได้อีก
แต่ก็มีความเป็น Spiritual เล็กๆ อย่างที่หนังไม้ได้เน้น แต่เราสัมผัสได้ สรุปได้ความว่า จิตใต้สำนึกของเรานั้น
มักจะติดอยู่กับประสบการณ์อะไรซักอย่าง บางคนอาจติดอยู่กับ Guilty ไม่ยอมที่จะให้อภัยตัวเอง อย่าง Cobb เป็นต้น
หรือบางคนอาจจมอยู่กับความโศกเศร้าเสียใจ บางคนอยู่กับความผิดหวัง บางคนพยายามที่จะเป็นเหมือนคนอื่น และไม่เป็นตัวเอง
ถ้าโนแล่นไม่ได้มีส่วนที่ว่านี้ คงจะไม่มีตอนที่ Ariadne พยายามเข้าไปช่วยเหลือ Cobb และบอกให้เขาให้อภัยตัวเอง อย่าอยู่กับสิ่งที่ไม่มีตัวตน

แต่แปลก เรื่องนี้เดาทางจบได้ถูก อาจเป็นเพราะโดนหลอกมาแล้วในหนังเรื่องก่อน ของคำพูดประโยคสุดท้ายในหนัง
ว่าผู้ชมมายากลต้องการจะโดนหลอก ประมาณว่า ไม่รู้ว่าตกลงตัวเอกมันตายจริงหรือไม่ตายกันแน่ นี่ก็เหมือนกัน
คิดว่าตอนจบจะเหมือนพระเอกยังฝันอยู่ป่าวเนี่ยะ แล้วก็จริงๆ ด้วย ไอ้ Totem ตัวถ่วงน้ำหนักของพระเอกมันยังหมุนอยู่!!!

เวลาดู อยากให้คุณได้รับชมความบันเทิงและแนวคิดที่สร้างสรรค์ของหนัง มากกว่าใส่ใจกับคำวิจารณ์ที่เขียนมาทั้งหมด
เพราะจิตใจมนุษย์ ก็นะ มักจะสร้างสรรค์ตัวเอง คิดสิ่งที่ต่างและตรงข้ามกับอีกคนเสมอ 555 อย่างที่เคยมีเพื่อนหลายคน
เวลาแนะนำหนังไป ก็จะมาโชว์พาว ว่าไม่เห็นหนุกเลย เดาทางได้หมด เออ…นายมันแน่

ถ้าเป็นไปได้ อยากดูเรื่องนี้ซ้ำรอบ 2 ใครจะว่างงแตก หนังดูยาก ซับซ้อนเกินไป แต่เรากลับประทับใจความช่างคิดของผู้สร้าง
ดูหนังจบออกจากโรง รู้สึกถึงความคุ้มค่าเงินกับความตั้งใจสร้างหนัง ฉากทุกฉาก ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ในวงการภาพยนตร์
แม้บัตรจะแพงกว่าเรื่องอื่น เพราะหนังยาวถึง 2 ชม ครึ่ง … แต่เหตุผลที่ว่ามา เราให้เรื่องนี้เต็ม 10 เพราะมันกลบข้อด้อยอื่นๆ
ด้วยความตื่นเต้นกับของใหม่ และก่อนที่ผู้ชมจะชินชา อยากดู Inception 2 ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่ ก็ยังไม่เห็นนางเอกใช้ Totem ตัวเองเลย!

หากโลกที่เราอยู่ ณ ปัจจุบัน เป็นเสมือนความฝันใน Inception มันต้องมีข้อแตกต่างอย่างมาก
เพราะความฝันในหนัง เมื่อตื่นแล้วสิ่งที่เกิดในฝัน ไม่ค่อยจะมีผลกับโลกที่ตื่นขึ้นมานัก แต่ทว่าสิ่งที่เราเลือกในโลกของเรา
มันมีผลเมื่อเราจะตื่นอีกที ซึ่งมันมีเพียง 2 ที่เท่านั้น คือ นรก และ สวรรค์ … หวังว่าเราคงได้เจอกันข้างพระบัลลังก์พระองค์!!!


5 responses to “INCEPTION Movie – โลกที่เชื่อมต่อ Subconscience ในความฝัน

  1. Popsy says:

    – เห็นจอที่หน้าโรงหนังขึ้นว่า (น 15+) ที่จริงอเมริกาได้เรท PG-13มันก็ไม่ได้โหดอะไรมากมาย แล้วก็ไม่มีฉาก Rแต่สงสัยว่าเค้ากลัวเด็กไทยดูแล้ว จะเป็นโรคจิตอ่ะ- หนังของโนแล่นชอบใช้ตัวแสดงบางคนซ้ำๆนี่ขนาดเป็น Inception ก็ยังอุตส่าห์ให้ Michael Cane โผล่มานิดนึง

  2. cHiNtaWeE says:

    น้องกวางให้ 7 ค่ะเพราะพระเอกไม่หล่อ!!!! (อันนี้สำคัญม๊ากกกกกก ถ้าเป็น Christian Bale สุดเลิฟเล่น น้องให้ทะลุ 10 เลยค่าาาาา) แต่จริงๆเพราะน้องกวางเห็นคนชมมากๆๆๆก่อนไปดู เลยหวังมากเกินไปหน่อย ออกมาเลยแอบผิดหวัง แต่อาจเพราะดูเป็นภาษาสเปนทำให้ความสนุกในการดูหายไปเยอะค่ะ พออีกวันไปดูหนังอีกเรื่องทีคนชมน้อยกว่ามาก (ออกแนวด่าเยอะ) แต่หนังมันดีกว่าที่หวังไว้ออกจากโรงขนลุกซู่ซ่าปาทังก้าปาทังกี้ หนังเรื่องนี้ของป๊อบเลยโดนน้องกวางจอมลำเอียงกดคะแนนเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่า คริๆๆๆๆ

  3. cHiNtaWeE says:

    อุ้ย เขียนตกประโยคสุดท้าย *ของพี่ป๊อบ* ค่า

  4. Popsy says:

    อยากให้ Rob Pattinson มาเล่นเหมือนกัน พระเอกจะได้หล่อๆ!!! แต่หนังของเขาดันหลายภาคเกินพี่เข้าใจน้องกวางนะคะ ว่าคาดหวังมาก แล้วก็ดันดูเป็นภาษาเสปนด้วย เข้าใจค่ะเพราะน้องที่เป็นคนไทย ดู thai sub ก็ยังไม่เข้าใจเลย เพราะมันต้องจดจ่อทุกคำ ทุกตอน ไม่งั้นหลุด งงๆ

  5. Popsy says:

    ถ้าน้องกวางได้ดูเวอร์ชั่นอังกฤษ อาจสนุกกว่านี้ก็ได้นะ แต่ตอนรอบ 2 พี่ไปดูแล้วเฉยๆ อ่ะความสนุกลดลง … คิดไปคิดมา พี่คงชอบ Dark Knight มากกว่า เพราะมันซึ้งน้ำตาไหลแต่ถ้าแบบไม่คิดอะไรมาก เปิดมุมมองวงการหนัง รับไอเดียแปลกๆ ใหม่ๆเทคนิค จินตนาการ ก็มองข้ามจุดบอดของหนัง จนอยู่อันดับต้นๆ ได้เหมือนกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: