Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

U N I T Y – รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราเน่า

on April 14, 2009

หัวข้อก็ไม่ได้ประมาณว่า ความจำสั้น แต่สันหลังยาว อะไรอย่างนี้หรอก … เนื่องจากว่า ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา พระเจ้าย้ำเยอะมาก เกี่ยวกับความเป็นอันหนึ่งอันเดียว และ ความแตกแยก โดยเฉพาะ หนังหลายๆ เรื่องที่พระองค์นำให้ดู น่าแปลก แต่จริงแฮะ ทำให้คิดไปถึงประวัติศาสตร์ของประเทศต่างๆ อย่างมากมาย
– Rwanda : จากหนังประวัติศาสตร์ ชาวอัฟริกันฆ่าชาติเดียวกันเองเป็นล้านคน เพราะการแบ่งแยกเผ่าพันธ์
– เกาหลี : ดูหนังเกาหลีกี่เรื่องๆ ก็มีแต่เรื่องของการแบ่งแยกเหนือ-ใต้ เพราะแนวคิดระบอบการปกครองต่างกัน
– กัมพูชา : ทุ่งสังหาร หรือ Killing Field ที่กัมพูชาฆ่าคนชาติเดียวกันเป็นหลายล้านคน ในสมัยของ พลพต
– เวียดนาม : คนเหนือกับคนใต้ ไม่ค่อยถูกกัน เพราะแนวคิดเรื่องการปกครองเช่นเดียวกัน
– ไทยแลนด์ : ขออย่าให้มีเลย

ที่ใดไม่มีความรัก มักจะเกิดความแตกแยก แต่ที่ใดรักกัน ไม่มีอะไรจะแยกเราได้ เหมือนที่พระเยซูคริสต์กล่าวว่า "ราชอาณาจักรใดๆ ซึ่งแตกแยกกันแล้ว ก็คงพินาศ เมืองใดๆ ครัวเรือนใดๆ ซึ่งแตกแยกกันแล้ว จะตั้งอยู่ไม่ได้" [Mat 12:25] ที่ไหนมีความแตกแยก ที่นั่นมีการล่มสลาย "ไม่มีผู้ใดอาจเข้าไปในเรือนของคนที่มีกำลังมากและปล้นทรัพย์ได้ เว้นแต่จะจับคนที่มีกำลังมากนั้น มัดไว้เสียก่อน แล้วจึงจะปล้นทรัพย์ในเรือนนั้นได้" แผนการของมารซาตาน ที่ชอบ ลัก ฆ่า ทำลาย จึงมักเล่นกับของสูง อย่างระบอบการปกครอง/การเมือง ผู้มีอำนาจ ผู้นำ (จำได้ว่า ครั้งนึง มีคนผีเข้า คนที่โดนเล่นงานคนแรก คือ ศบ. โดนชี้หน้า ด่าฉอดๆๆ)

ดูเหมือนการลาจาก จะเป็นเรื่องง่ายกว่าการอยู่ร่วมกัน เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เข้ากันไม่ได้ แต่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวนั้น มันเป็นศิลปะที่ต้องมีการเรียนรู้ ไม่ได้อยู่ๆ เกิดขึ้นเองได้ ในฐานะคริสเตียน พระองค์ให้หลักการให้อภัย การแบกกางเขน แบบที่เรียกได้ว่า Give Up Your Right คือ ไม่ได้ให้เราเรียกร้องสิทธิ แต่สอนให้ยอมเจ็บ บนสิ่งที่ถูกต้อง ตามสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทาน (เช่น กษัตริย์ดาวิด ไม่เคยโค่นซาอูล ด้วยน้ำมือของเขาเอง แต่ให้ถึงเวลาของพระเจ้า) การเป็นทีม จึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอม และมักอยู่บนพื้นฐานว่าฉันรู้ดีกว่าคนอื่น ไอ้นี่ต้องอย่างนี้ ไอ้นั่นฉันว่าดีกว่า การยอมทุกอย่าง เลยเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่จะพัฒนากองทัพพระเจ้าให้สู้รบมีชัยกับเหล่ามารได้ "แม้คนหนึ่งสู้คนเดียวได้ สองคนคงสู้เขาได้แน่" [Ecc 4:12] เพราะพลังของกลุ่มคน (ที่รักกันดีแล้ว) มีพลังมากกว่ากลุ่มย่อย หรือคนๆ เดียวอย่างแน่นอน

ครั้งหนึ่ง ท่ามกลางพายุหิมะที่หนาวเหน็บ ชายคนหนึ่งนอนหนาวสั่นใกล้ตาย ผู้ที่ผ่านไปมา ไม่มีใครช่วยเหลือเขา เพราะยังเอาตัวเองไม่รอดเลย แต่มีชายผู้หนึ่ง ที่เห็นแก่ความเป็นมนุษย์ ไม่อยากให้เขาตายไปต่อหน้าต่อตา จึงเอาชายใกล้ตายแบกขึ้นหลัง ต่อมาทั้งสองรอดชีวิต แต่คนที่ผ่านชายนอนใกล้ตาย แล้วไม่ได้ช่วยอะไร กลับตายเกลี้ยง เพราะทางการแพทย์บอกว่า ในอากาศเช่นนั้น ไม่สามารถอยู่เพียงลำพังได้ ต้องอาศัยความอุ่นระหว่างร่างกาย ของระบบหมุนเวียนเลือดจากอีกคน เหลือเชื่อแต่จริง ที่ผู้รักชีวิตของตนกลับต้องเสียชีวิต แต่ผู้ยอมกลับได้ชีวิต

ณ วันนี้ ขณะที่พระเจ้ายังไม่ได้เรียกให้ใคร ไปพลีชีพเพื่อพระคริสต์กลางกลุ่มคนบางกลุ่ม สิ่งที่เราพอจะทำได้ก็คือ ยืนอยู่ตรงช่องโหว่ของแผ่นดิน อธิษฐานให้พระองค์อภัย และรักษาเยียวยาแผ่นดินที่เจ็บปวด  และออกไปสัมผัสความต้องการฝ่ายวิญญาณของผู้คน  ตามพระมหาบัญชา … ในเอสเธอร์ บทที่ 4 ข้อ 14 แปลได้อย่างนี้ว่า "ถ้าเธอเงียบอยู่ในเวลานี้ ความช่วยเหลือ และการช่วยกู้จะมาถึงประเทศชาติจากที่อื่น แต่เธอและครัวเรือนบิดาของเธอจะพินาศ ที่จริงเธอมาจุดนี้ก็เพื่อ ยามวิกฤตเช่นนี้ก็เป็นได้นะ ใครจะรู้"


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: