Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

The Korean That I (Just) Feel – อันยองอาเซโย

on March 5, 2009

มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญสินะ ที่วันจันทร์ อยู่ๆ อยากจะดูหนังมากกก ทั้งที่ไม่มีความรู้สึกอยากดูหนังมานาน มากแล้ว ก็คิดว่าเนื้อหนังอีกแล้วเรา เพราะการชอบดูหนังนี้ เป็นจุดอ่อนที่สุดในเรื่องการรักโลก 555 มัน ไม่บังเอิญ เพราะวันอังคารตอนเย็น เลยออกไป CAP ร้าน DVD ที่อุดหนุนประจำ ได้หนังคริสเตียนมา 4 เรื่อง (พระเจ้าจัดเตรียม) และเรื่องอื่นๆ + เกาหลีอีก 2 เรื่อง

เรื่องแรกที่ตัดสินใจหยิบมาดูเป็นหนังสงคราม นึกว่าเป็นเรื่องที่เรากะลังตามหา ที่ผู้หญิงเป็นสายลับเข้า ไปในกองทัพ แต่ไม่ใช่ ดันเป็นหนังยุคปี 1950 เกาหลีกำลังรบกับพวกคอมมิวนิสต์ มันทำให้เห็นภาพคนเกาหลีรุ่นพ่อ รุ่นแม่ในปัจจุบัน ที่มีความทรงจำแห่งการสูญเสีย จนส่งผลต่อบุคลิกลักษณะของคนเกาหลีได้ขนาดนี้ หลังจากที่ดูหนังจบ 2 เรื่อง ก็รู้เลยว่านี่เป็นการทรงนำแน่นอน

เนื่องจาก ปกติ เป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับเกาหลีเลยยยยย ไม่ว่าจะเป็นพระเอกเกาหลี (ยกเว้นพี่ชาย) ภาษาเกาหลี อาหารแดจังกึม ฯลฯ ไม่เคยคิดอยากผูกพัน ศึกษา เกี่ยวข้องใดๆ มีเพียงอย่างเดียวที่เคย อธิษฐานไว้ ก็อยากจะมีซักครั้งนึงในชีวิต ได้ไปสัมผัสจิตวิญญาณของคนที่นั่น ในประเทศของเค้าจริงๆ ว่าอะไรทำให้คริสเตียนเกาหลีได้เติบโต เข้มแข็ง และประสบความสำเร็จในการขยายแผ่นดินพระเจ้าได้ ขนาดนี้ รวมทั้งเคยคิดว่า ถึงแม้จะไม่ชอบผู้ชายหน้าตาเกาหลี แต่ถ้าไม่เจอคนที่รักพระเจ้าสุดๆ ถ้าต้อง ไปเจอในหมู่คนเกาหลีก็ยอม ขอแค่รักพระเจ้ามากกกกกกๆๆๆ ก็พอ

ก็นะ หยิบเรื่องที่ 2 มาดู ชื่อว่า "The Classic" เป็นหนังที่เพื่อนวายแวมแนะนำมา บอกว่าต้องดูให้ได้ โฆษณามาเกือบปี เพิ่งมีโอกาสได้ดู พอดูแล้ว ต้องขอบอกว่าเป็นหนังที่ดีจริงๆ ดูแล้วหัวใจก็อ่อนไหว + หวั่นไหว 555 ดูหนังเกาหลีทีไร เป็นอันต้องได้เสียน้ำตาอีกแล้ว แต่หนังรักเกาหลีเรื่องนี้ ไม่มีฉากต๊องๆ เหมือนเรื่องอื่นๆ เอาเศร้าเข้าไว้อย่างเดียว … แต่ยังไงก็ชอบอ่ะ มันโรแมนติกดี ชอบความรักแบบ โรแมนติก หวานซึ้ง ไม่ต้องมีเหตุผลมากมาย ประมาณ EQ แบบผู้ใหญ๊ ไม่เกี่ยว

แต่ดูหนังรักอยู่ดีๆ ก็มีฉากสงครามอีกแล้ว ประเด็นเดิม คือ ขับไล่ระบอบ คอมมิวนิสต์ เผด็จการ ออกไปจากแผ่นดิน มันทำให้เห็นการทำงานของซาตาน ที่มา ลัก ฆ่า ทำลาย เวลาเกิดสงครามที มันล้างผลาญคนได้มากยิ่งกว่าเรื่องใดๆ ในประวัติศาสตร์ ยิ่งกรณีของเกาหลีนี่ ยิ่งเห็นชัดเจน ที่คนชนชาติเดียวกัน ต้องมารบกันเอง เหมือนตอนที่อิสราเอลต้องรบกับเผ่าเบนยามิน ซึ่งเป็นพี่น้องบรรพบุรุษเดียวกัน แต่เกาหลีเหมือนถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศที่แยกขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง เพียงเพราะระบบการปกครอง

1 คนสามารถคุมกองพันได้ 2 คนร่วมรบ สามารถมีชัยชนะเหนือข้าศึกได้ จริงๆ มันเป็นหลักการพระคัมภีร์ในสุภาษิต แต่นายอะไรนะ … นักเศรษฐศาสตร์คนนึงเอาแนวคิดนี้ไปใช้ ถึงกับได้รางวัลโนเบลกันเลยทีเดียว … ตอนออก outreach ได้เห็นภาพนึงที่ชัดเจน คือ ถ้าคนเรามีนิมิต หรือ จุดมุ่งหมายเดียวกัน ร่วมมือ ร่วมแรง เป้าหมายก็สำเร็จได้ไม่ยาก แต่ถ้ากลุ่มคนใด มีแนวคิด ไปคนละทิศคนละทางแล้ว ก็จะเกิดความแตกแยก อย่างเกาหลีที่ต้องถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศ เป็นต้น มันไม่ใช่แค่กำแพงเบอร์ลินที่ถูกรื้อลงเป็นประเทศเดียวแล้วซะด้วยสิ ก็หวังว่าประเทศไทยจะสามัคคีกันมากกว่านี้ เอ๊ะ หรือจะหวังให้เละเทะจนต้องการพระเจ้าไปเลยดีน้อ 555 แต่อย่างน้อยก็ได้แต่หวังว่า การแบ่งแยกดินแดนจะลดน้อยลงในพระกายเดียวกัน

ดูหนังจบ 2 เรื่อง ก็พอได้กลิ่นอายของความเป็นคนเกาหลีขึ้นมาทีเดียว ประวัติศาสตร์แห่งชนชาติ ช่างเต็มไปด้วยบาดแผล และร่องรอยความทรงจำที่แสนเจ็บปวด นั่นเป็นส่วนหนึ่งว่าทำไมคนเกาหลีถึงได้ชอบทำหนังเศร้า เศร้าชนิดที่ไม่มีใครเทียบได้ และเข้าใจจริงๆ ว่าในเวลานั้น คนเกาหลีต้องการพระเจ้ามากขนาดไหน เพราะพระคัมภีร์ก็บอกไว้ว่า พระเจ้าทรงอยู่ใกล้คนที่จิตใจฟกช้ำและสำนึกผิด ก่อนปัจจุบันหลายสิบปี เกาหลีไม่เคยมีคริสตจักรเกิดขึ้นมาก่อน ยุคหลังสงคราม กลับมีคริสตจักรผุดขึ้นมายิ่งกว่าดอกเห็ด ขนาดที่สถิติในปัจจุบันบอกว่า มีคริสตจักรเกิดใหม่ในประเทศนี้ทุกๆ วัน

ดูชาวบ้านแล้วย้อนดูตัว เฮอะๆ ข่าวประเสริฐแตะแผ่นดินไทย นับเป็นเวลาร่วม 200 ปีผ่านไป คนไทยสยามเมืองยิ้มสุขสบายดี ไม่เคยกันดารอาหารอย่างแอฟริกา ไม่เคยต้องถูกพรัดพรากแบ่งประเทศ ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใครเฟ้ย ปัจจุบัน ผู้คนยังกราบไหว้ต้นไม้ ไม่รู้ว่าพระเจ้าเป็นใคร อยู่ที่ไหน คริสเตียนประมาณ 0.5555555555% ประเทศไหน น้อยกว่านี้ได้อีก … ไม่บังเอิญอีกแหละ ที่ทำไมคริสเตียนไทย ต้องเป็นคริสเตียนไทย เกิดในประเทศไทย พูดภาษาไทย กินส้มตำ น้ำพริก ข้าวสวย 555 พระเจ้าคงไม่แค่ส่งพวกเรามายิ้มในแดนสยามเท่านั้นหรอก จริงมั๊ย???!!!!!!!!!!


One response to “The Korean That I (Just) Feel – อันยองอาเซโย

  1. Wanatchada says:

    เคยคุยกะเพื่อนที่เรียนเรื่องวรรณกรรมของแต่ละประเทศมาค่ะ ก็เคยวิเคราะห์ประวัติศาสตร์กันประเทศเกาหลีกันเขาผ่านสงคราม การสู้รบ การข่มเหงมามากค่ะ กลองที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศก็เป็นกลองรบ ชุดฮันบก ก็เป็นชุดที่สร้างขึ้นสมัยสงคราม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้หญิงในประเทศเกาหลีโดนข่มขืน เพราะคิดว่ากำลังท้อง ก็จริงอย่างที่คุณตุ้ยวิเคราะห์ละจ๊ะ คนเกาหลี เขาต้องการความรักของพระเจ้ามาเยียวยาเขามากจริงๆคนเกาหลีเวลาอธิษฐานกับพระเจ้าก็จะทุ่มสุดตัวเลย ก็น่าจะจริงที่เขาใส่ทั้งอารมณ์และความรู้สึกที่เขามี เพื่อระบายสิ่งที่อยู่ในใจให้พระเจ้าทราบ ถ้ามีโอกาสสักครั้ง ก็น่าไปเกาหลีนะคะ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: