Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

Is this God’ Will? – ยังอยู่ในน้ำพระทัยหรือเปล่า?

on March 29, 2008

เมื่อเราคิดหวนถึงชีวิตของเรา จะตระหนักได้ว่าพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อมาก พระองค์ได้ตรัสกับเราแล้ว จนสามารถรู้ได้ว่าเป็นเสียงพระองค์ หรือเป็นการทรงนำของพระองค์ จะทำให้เราตระหนักถึงมันได้ดียิ่งขึ้น

ทีแรกเราอาจมองเห็นหลักการทำงานของพระเจ้าในชีวิตของเราเป็นเหมือนเหตุการณ์ที่ไม่ต่อเนื่อง จากนั้นจะเริ่มมองเห็นแบบได้ ในที่สุด ท่านจะพบหลักการบางอย่างซึ่งพระองค์ทรงกระทำการ ซึ่งมีเรื่องราวของชายคนหนึ่งเป็นตัวอย่าง

เมื่อจิมจบจาก โรงเรียนพระคัมภีร์ มี 2 คริสตจักรขอให้เขามาเป็นศิษยาภิบาล เขาอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ และขอคำปรึกษาแนะนำจากบรรดาผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรชัดเจนเอาเสียเลย ไม่มีหลักการใดในพระคัมภีร์ที่เขาละเมิด ไม่ว่าจะเลือกไปคริสตจักรใดก็ตาม อาจารย์ในโรงเรียนแนะนำให้เลือกคริสตจักรหนึ่ง แต่ผู้อาวุสโสฝ่ายวิญญาณแนะนำอีกแห่งหนึ่ง ในที่สุด จิมไม่สามารถจะรอต่อไปได้ เขาต้องตัดสินใจที่จะเลือก เขาได้ตัดสินใจและบอกคริสตจักรทั้งสองด้วยความลังเลใจ และตอนนี้เขาถูกผูกมัดโดยหน้าที่แล้ว เขาได้กระทำทุกอย่างที่เขาทราบว่าควรทำอย่างไร

สิ่งที่น่าแปลกใจคือว่า ความกลัวในการเลือกของเขาได้ถูกแทนที่โดยความมั่นใจในหน้าที่ของเขา เขามีความมั่นใจว่าเขาอยู่ในน้ำพระทัยของพระเจ้า

จิมโชคดีที่ตัดสินใจถูกหรือเปล่า? เปล่าเลย การเลือกของเขาไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการทรงนำของพระเจ้า ควบคู่ไปกับการขอคำแนะนำปรึกษาจากผู้อื่น จิมต้องการทำตามน้ำพระทัยพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อ เขาได้ดำเนินชีวิตตามการทรงนำของพระวิญญาณ เขามีความคิดที่ถูกเปลี่ยนแปลงแล้ว (โรม 12:1-2) การตัดสินใจของเขาได้ตอบสนองความต้องการของพระวิญญาณอย่างแท้จริง

หลายปีผ่านไป จิมต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง อีกครั้งหนึ่งที่จิมแสวงหาพระเจ้า โดยการอธิษฐาน การฟังคำแนะนำจากคนอื่น มองหาความเป็นไปได้ต่างๆ แต่ไม่มีเสียงสวรรค์อีกเช่นเคย และอีกครั้งหนึ่งที่เขาถึงช่วงเวลาที่ไม่สามารถรอคอยต่อไปได้ และจำต้องตัดสินใจ เขาได้ตัดสินใจและเป็นอีกครั้งที่ความกลัว ถูกแทนที่ด้วยความมั่นใจที่เขาติดตามพระองค์

จิมจึงเริ่มตระหนักว่า มีหลักการอันหนึ่งที่ยังคงอยู่แน่นอน ในการติดตามน้ำพระทัยพระเจ้า เมื่อได้แสวงหาอย่างแท้จริง พระเจ้าได้ทรงนำเขาทุกครั้ง เมื่อมีความจำเป็นที่ต้องตัดสินใจ หลักการอันนั้นกลายมาเป็นพื้นฐานแห่งความมั่นใจ เขาเห็นว่าหลักการที่ให้ไว้ใน สดุดี 37:23 "ถ้าพระเจ้าทรงนำย่างเท้าของมนุษย์คนใด และคนนั้นพอใจในมรรคาของพระองค์" ได้เกิดเป็นจริงในชีวิตของเขา เขาสามารถวางใจในหลักการแห่งพระวจนะได้ ไม่เคยมีเสียงที่เขาสามารถได้ยินกับหู แต่พระเจ้ากำลังตรัสกับเขา พระเจ้ากำลังตรัสจริงๆในหลายวิธีด้วยกัน การตัดสินใจของจิมเป็นการตอบสนองต่อพระเจ้าอย่างแท้จริง

พระเจ้าอาจตรัสโดยตรง หรือนอกเหนือจากพระคำ โดยผ่านผู้อื่น และประสบการณ์อื่นๆ … ที่ผ่านมาพระเจ้าทรงตรัสกับเราแล้ว ถ้าเรารวมเอามโนธรรมเป็นเหมือนตัวแทนเสียงของพระเจ้าด้วย เราสามารถพูดได้ว่า พระเจ้าตรัสแก่เราโดยตรงบ่อยครั้งเหลือเกิน ถ้าเรามีความคิดอยู่ในสมองแค่เพียงเสียงที่ได้ยิน พระเจ้าจะทรงเลือกใช้พระคัมภีร์บ่อยครั้งทีเดียว แต่พระองค์ตรัสกับเรา และจงระลึกเสมอว่า สิ่งที่พระเจ้าตรัสกับเรานั้น จะไม่มีวันขัดกับสิ่งที่พระองค์ตรัสไว้แล้วในพระวจนะของพระองค์

เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นเสียงพระเจ้าล่ะ?
พระคัมภีร์ให้หลักการตรวจสอบไว้ 2 ประการซึ่งสมดุลกัน ประการแรกขึ้นอยู่กับเรา เหมือนแกะรู้จักเสียงของผู้เลี้ยง (ยอห์น 10:4) เราจะรู้จักผู้เลี้ยงของเรา (ยอห์น 10:14-15) เมื่อได้แสวงหาพระเจ้า มีความคิดที่เต็มไปด้วยพระวจนะ ติดตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราจะสามารถรู้ได้ว่า พระเจ้ากำลังตรัสกับเรา ประการที่ 2 คือ การทรงนำของพระเจ้านั้น สอดคล้องกับพระคัมภีร์เสมอ (อิสยาห์ 8:20)


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: