Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

Blessed Assurance of Sabbath – เรื่องของโบสถ์โน้น

on February 27, 2008

ก่อนจะเล่าเรื่องโบสถ์เพื่อน ก็เล่าก่อนว่า ตลอดการเข้ากลุ่ม 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา
มีความสุขเต็มล้นมากๆ สัมผัสความรักพระเจ้ามากมายจนทนไม่ไหว
และเหมือนกับเพลง I will offer up my life ที่บอกว่า

"Jesus, what can I give, what can I bring
To so faithful a friend, to so loving a king
Saviour, what can be said, what can be sung
As a praise of Your name for the things You have done
"

คือไม่สามารถหาคำบรรยายใดๆ มาอธิบายความยอดเยี่ยมแห่งรักที่พระเจ้าประทานให้ได้
อาทิตย์แรกโน้นเล่าไปแล้ว จนสิ่งพิเศษแห่งพระคุณได้เกิดขึ้นตามมา ที่เล่ารายละเอียดไม่ได้
อาทิตย์ถัดมาก็กังวลว่า เอ๊…จะเป็นยังไง เลยอธิษฐานฝากทุกอย่างไว้กะพระเจ้า
ได้เห็นการจัดเตรียมทุกอย่างที่ลงตัวอย่างเหลือเชื่อ แม้จะกลับถึงบ้าน 5 ทุ่มก็ตาม
ได้คุยกะน้องเอ็ม ตอนกลับบ้านด้วยกันแค่ 1 ชั่วโมง ก็สัมผัสสันติสุขในพระเจ้าอย่างมากมาย
ผ่านหัวใจเต็มไปด้วยความซาบซึ้งในพระเจ้า และเป็นห่วงครอบครัว ขนาดแค่ฟังนะเนี่ยะ
ส่วนอาทิตย์ที่ผ่านมา กลับถึงบ้านเร็วกว่าเดิม เป็น 4 ทุ่มกว่า เนื่องจากนั่งที่ร้านหมีกะทะเพลิน

   

และอาทิตย์ที่ผ่านมา มีคนรับบัพติศมา 4 คน แต่นั่นก็ไม่เท่าไหร่ เพราะคำพยานสั้นกันมากๆ
มาเข้ากลุ่ม แชร์ประสบการณ์แบบเจาะลึกกันทุกคน บางคนเปิดใจหลั่งน้ำตา จนต้องไปทบทวนตัวเอง
ปิดท้ายกันด้วยเรื่องนมัสการ พร้อมกับเพลง The Heart of Worship ที่บอกว่าพระเจ้าไม่ได้ต้องการ
แค่บทเพลง ไม่ได้ต้องการแค่เครื่องถวายบูชา แต่พระเจ้าต้องการหัวใจ (แห่งการยอมจำนนและแตกสลาย)
ซึ่งเรื่องที่แชร์กันวันนี้ โยงเข้ากันหมดอย่างไม่น่าเชื่อ ตอนแรกกะเลิกกลุ่มแล้วนัดไปเลือก
Wireless ADSL Router ให้แจ้จี๊ด แต่เปลี่ยนใจไปกินข้าวกับพี่น้องในกลุ่ม ข้างเสรีเซนเตอร์
พี่น้องบางคนเป็นคริสเตียนใหม่ถอดด้าม บ้านก็ไกล๊ ไกล เป็นห่วงว่าจะกลับบ้านดึกดื่น
แต่เค้ากลับบอกว่ารู้สึกดีมากๆ ที่ได้เข้ากลุ่มและได้รับสิ่งดีๆ จากพระคำพระเจ้า และความอบอุ่น ฯลฯ
ทั้งที่มีคนรอรับส่งก็ไม่เอาจะกลับเอง และไม่เสียดายเวลาวันอาทิตย์ว่ามีอะไรต้องทำอีกเยอะ ทำงานแต่เช้า
ฟังแล้วแบบว่า คนแบบนี้แหละที่เป็นของขวัญชิ้นเยี่ยมจากพระเจ้า คนที่ไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่มอบทุกอย่างให้พระองค์
และแทนที่เราจะต้องโทรหาคริสเตียนใหม่ว่าถึงบ้านรึยัง กลายเป็น เพื่อนจุโทรมาเชคทุกครั้งว่าเราถึงบ้านหรือยัง

กลับมาที่หัวข้อที่ว่า Blessed Assurance of Sabbath เพราะเมื่อตะกี๊ คุยกับเพื่อนที่โบสถ์ FCBC
ที่เคยไปเยี่ยมเยียน ณ สิงคโปร์เมื่อ 2 ปีก่อน เค้าบอกว่าปีนี้คริสตจักรที่โน่นประกาศให้เป็น Year of SABBATH
เอ๊ะ ยังไงรึ หยุดงานรับใช้ทุกอย่างงั้นรึ? เพื่อนเลยอธิบายว่าจะเป็นปีที่ลึกซึ้งกับพระเจ้าต่างหาก
โดยพระคำของปีนี้คือ Isaiah 58:13 ที่บอกว่า

"ถ้าเจ้าหยุดเหยียบย่ำวันสะบาโต คือ จากการทำตามใจของเจ้าในวันบริสุทธิ์ของเรา
และเรียกสะบาโตว่า วันปิติยินดี และเรียกวันบริสุทธิ์ของพระเจ้าว่า วันมีเกียรติ
ถ้าเจ้าให้เกียรติมัน ไม่ไปตามทางของเจ้าเอง หรือทำตามใจของเจ้า …
"

หากคริสเตียนต้องการติดสนิท พักสงบ พบพระเจ้า วันสะบาโตก็เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เลย
เพราะเป็นวันที่พระเจ้าตั้งไว้ให้เป็นวันแห่งพระพร เหมือนอย่างที่เล่าไปข้างต้น ถึงสันติสุขมากมาย
หากพระเจ้าไม่ตั้งวันสะบาโตไว้ มนุษยชาติตั้งแต่สมัยสร้างโลก จะไม่รู้จักคำว่า "วันหยุด" มาก่อน
และการละเลยสะบาโต พระคำบ่งชี้ว่าเป็นการ "ไม่ให้เกียรติ และเหยียบย่ำ"
และคำว่า H O L I D A Y ในภาษาอังกฤษ มาจากพระเจ้านี่แหละว่าเป็น HOLY DAY

การให้เกียรติวันสะบาโต ไม่ใช่แค่เพียงไปคริสตจักรวันอาทิตย์ แต่รวมถึงการวางภาระทุกอย่างในวันนั้นทั้งหมด
และมอบทั้งวันให้กับพระองค์ ไม่ใช่แค่หน้าที่ที่ต้องมาเข้าห้องประชุมแล้วกลับบ้าน แบบว่าฉันได้มาแล้วนะ
ที่เขียนอย่างนี้ เพราะมีประสบการณ์โดด สมัยวัยรุ่น ที่อารมณ์เบื่อๆ นัดเพื่อนไปทำรายงานตอนบ่ายดีก่า
แต่ถึงกระนั้น สมัยนั้นก็รู้สึกเสมอว่าชีวิตขาดอะไรไป ถ้าขาดโบสถ์ และในที่สุดก็ต้องกลับไปอีก
จนกระทั่งสมัยทำงาน ตั้งเป้าไว้เลยว่าจะไม่ให้อะไรมายุ่งวันอาทิตย์เด็ดขาด จะไล่ออกก็ไม่สน
จนตั้งแต่ทำงานมา ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการทำงานวันอาทิตย์อีกเลย … แต่กระนั้น แต่ แต่ แต่
ไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ จริงจัง แต่ไม่ถึงที่สุด บางอาทิตย์ก็อยากรีบกลับไปชอปปิ้งที่โน่น ที่นี่
เรียกว่าจริงจังไม่ 100% ไม่เด็ดขาด จนวันนึง งอนพระเจ้าแล้วไม่ยอมไปโบสถ์
ว่าทำไมเหตุการณ์เลวร้ายต้องเกิดขึ้นกะเรา ลูกไม่ไปโบสถ์หรอก งอนนนนนนน (ถ้าหยุดไปช่วยคนตกบ่อว่าไปอย่าง)

และวันนั้นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ขาดการประชุมวันอาทิตย์ เพราะวันนั้นเป็นวันที่ ซึนามิคร่าชีวิตคนไทยหลายพันคน
ทำให้คิดได้ว่า แล้วถ้าพระเยซูเสด็จกลับมาวันพรุ่งนี้ พระคัมภีร์บอกว่า พระองค์จะ รับคนหนึ่ง ละคนหนึ่ง
เรากล้าละเลยวันบริสุทธิ์ของพระเจ้า พระเจ้าก็มีสิทธิ์ละเลย ไม่รับเราวันนั้นได้เหมือนกัน
และพระองค์จะมาเหมือนอย่างขโมย ไม่บอกล่วงหน้าว่าเป็นวันไหน บอกแต่ให้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา
ขอบคุณพระเจ้า ที่เราไม่ได้เป็นศพวันที่ซึนามิมา ยังมีโอกาสกลับตัว ก่อนที่จะสายเกินไป

เรารู้จักแนวการกระทำของเจ้า เจ้าได้ชื่อว่ามีชีวิตอยู่ แต่ว่าเจ้าได้ตายเสียแล้ว
เจ้าจงตื่นขึ้นและกระตุ้นส่วนที่เหลืออยู่ ซึ่งจวนจะตายอยู่แล้วนั้นให้แข็งแรงขึ้น
เพราะว่า เราไม่พบการประพฤติของเจ้าที่ดีพร้อมในสายพระเนตรของพระเจ้า
เหตุฉะนั้นเจ้าจงระลึกว่าเจ้าได้รับและได้ยินอะไร
จงกระทำตามและกลับใจเสียใหม่
ถ้าเจ้าไม่เฝ้าระวัง เราจะมาหาเจ้าเหมือนอย่างขโมย
และเจ้าจะไม่รู้ว่าเราจะมาหาเจ้าเมื่อไร

[Rev 3:1-3]


2 responses to “Blessed Assurance of Sabbath – เรื่องของโบสถ์โน้น

  1. cHiNtaWeE says:

    sia jai jung leey mai dai pai duai eek leaw… T-T

  2. XuS says:

    tchtI Can\’t understand anything at all~ 
    Pai buy foods better leaw~ HAHAHAHA
     
    see you na
    Shalom
     
    -XuS-

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: