Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

My Valentine

on February 14, 2008

Valentine is a day & my day of love is everyday

วันนี้เป็นวันแห่งความรักสำหรับใครหลายๆ คน แต่ใครหลายๆ คนไม่รู้เลยว่ามีคนที่รักเขาอยู่ทุกๆ วัน ผู้ซึ่งเขาเองก็มองไม่เห็น แต่มีอยู่

เป็นอีกวันหนึ่ง ที่มีคนพูดเกี่ยวกับการเดท บอกเราว่าให้ เปิดหู เปิดตา เปิดใจ บ้างก็บอกว่าอย่ามัวแต่ดู ต้องรีบคว้า บางคนก็บอกว่า พระเจ้าทำส่วนของพระองค์ แต่เราก็ต้องมองหา … ทุกคนที่พูดมาเป็นคริสเตียนทั้งนั้น แต่นั่นไม่ใช่น้ำหนักที่เพียงพอ อะไรที่จะพิสูจน์คำพูดคนเหล่านี้ได้บ้างว่า มันถูกต้อง มีเพียงพระวจนะของพระเจ้าเท่านั้นที่จริง และศบ.ก็เพิ่งถ่ายทอดบทเรียนพวกนี้มาอยู่ในมือ ก็อยากจะเขียนแบ่งปันพี่น้อง

คริสเตียน ควรหลีกเลี่ยงการมีคู่ควง จนถึงเวลาของพระเจ้า หากเราใช้เวลากับใครคนหนึ่งมากเกินไป
จนเกิดเป็นความคุ้นเคย จะทำให้ไม่ระวัง เฉยเมยต่อจิตสำนึก และนำไปสู่ปัญหาต่างๆ

อย่าเพิ่งมีแฟนหรือจริงจังกับใคร จนกว่าถึงเวลาที่พร้อมจะแต่งงาน อย่าเพิ่งเป็นแฟนกับใครจนมั่นใจว่า
เราและเขาเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือกให้ ผู้หญิงเจ็บง่ายและลึกกว่าผู้ชาย

อย่ามีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน การต้องการความสุขของเนื้อหนัง ไม่ใช่ความรัก และเป็นการล่วงประเวณี
เพราะความใคร่รอได้แค่ 5 นาที แต่ความรักรอได้ถึง 5 ปี คืนเดียวของแซมสัน โขมยความสุขตลอดชีวิต
และก่อให้เกิดข้อเสีย เช่น ความรู้สึกผิด ความกลัว ไม่วางใจซึ่งกันและกัน โรคภัยไข้เจ็บ ความสุขที่แท้จริงจืดจาง

เวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่เวลาที่มีใครเข้ามาบอกว่า มีได้แล้ว ออกไปหาตัวเลือก เวลาของพระเจ้ามาทันเสมอ
ความเชื่อ คือ ความเชื่อ ความแน่ใจในสิ่งที่หวังว่าจะเป็นจริงซักวัน การมีคู่พระพรในเวลาที่เหมาะสม
ไม่มีคำว่า "ช้าเกินไป" และอย่าลืมพระคำของพระองค์ที่ว่า "ผู้ที่รอคอยจะไม่ประสบความอาย"


4 responses to “My Valentine

  1. cHiNtaWeE says:

    amen kaaaaaa!!!!
     
    happy Valen tine\\s day backward na ka🙂
     
    ps. i saw the pics in church leaw wanna be there jung ka….. miss and love u ka

  2. Vivorn says:

    เห็นด้วยแต่ไม่ทั้งหมดนะคับ ความรักที่แท้ไม่มีความกลัวแต่เป้นความมั่นใจ  แน่นอนผู้หญิงเจ็บลึก แต่นั้นอาจเป็นบทเรียนที่ทำให้เห็นคุณค่าของรักแท้ก็ได้
     
    เพราะถ้าเราไม่เคยเจ็บเราเองก็อาจเป็นคนหนึ่งที่ทำให้คนอื่นเจ็บโดยไม่รู้ตัว

  3. Popsy says:

    ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ค่ะ
    แม้จะเคยมีประสบการณ์เจ็บๆ ของชีวิตลูกผู้หญิงคนหนึ่งมาบ้าง
    แต่จริงๆ ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่อาจารย์สอนทั้งหมด
    เพราะความรักที่เป็นการจัดสรรของพระเจ้า เรื่องความเจ็บปวด
    กับความยากลำบากที่เข้ามาในชีวิต เป็นประเด็นที่แยกจากกัน
    การไม่กลัวที่จะคบเป็นแฟนกัน ถ้าเป็นรักแบบอากาเป้ก็ดีอยู่
    แต่คนที่มั่นใจในแฟนตัวเองทั้งที่สวนทางกับน้ำพระทัยก็มีไม่น้อย
    คิดว่า ความเจ็บปวด ไม่ได้เป็นตัวช่วยทำให้เห็นคุณค่าของรักแท้
    ถ้าเอาเพลงพี่บอยด์มาร้อง "อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง"
    เป็นเรื่องจริง ที่ถ้าไม่ผ่านเรื่องแย่ๆ ก็จะไม่รู้ว่าความสุขมันสุขมากขนาดไหน
    แต่ต้องขอโทษด้วยค่ะ ที่อยากจะยืนยันว่าการเห็นคุณค่ารักแท้ ไม่จำเป็นต้องเจ็บปวดเสมอไป
     
    ขนาดแค่หลงรักเค้าข้างเดียว อกหกอยู่คนเดียว ยังเจ็บเป็นปี
    แต่พระองค์ก็เป็นคนนั้นที่ถอนความเจ็บปวดออกไป
    และเชื่อเสมอว่า รักแท้ของพระองค์ ไม่ได้เจ็บปวด
    เพราะ "มารมาเพื่อ ลัก ฆ่า ทำลาย แต่พระเจ้ามาทำให้ชีวิตที่บริบูรณ์" ยอห์น 10:10
    คนที่ทำให้เราเจ็บปวด พระคำยืนยันว่าไม่ใช่พระเจ้าแน่นอน
    แม้ว่าคนที่อนุญาตจะเป็นพระองค์ก็เถอะ ^__^ หวังว่าคงไม่โกรธนะคะ
    ที่จะขอแสดงความคิดเห็นแบบนี้ … ขอพระเจ้าอวยพรค่ะ

  4. Vivorn says:

    แสดงความเห็นเพียงเล็กน้อยนะคับ ในเอเดน พระเจ้าสร้างมนุษย์อย่างสมบูรณ์แต่มารก็ล่อลวงแล้วมนุษย์เองที่สร้างความเจ็บปวดสู่ตนเองและพระเจ้า
     
    แต่พระองค์เองที่รักอย่างแท้จริง และลืมความเจ็บปวด และยอมรับสิ่งที่มนุษย์กระทำโดยหาวิถีทางที่จะนำมนุษย์กลับมาสู่รักแท้อีกครั้งหนึ่งทางพระบุตร
     
    ไม่เคยเห็นหนังรักที่ไม่มีความเจ็บปวด เพราะรักแท้คือการพิสูจน์ และรักแท้ไม่แพ้การพิสูจน์ เข้าใจผมเองหรือผู้รู้ทั้งหมดในโลกก็คงไม่สามารถอธิบาย
     
    ความหมายของความรักที่แท้จริงได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่พระคริสต์ทรงกระทำบนกางเขนเป็นการพิสูจน์รักนั้นให้ปรากฏ รักที่แม้เจ็บปวดก็ยอมแต่ไม่เลิกที่จะยัง
     
     รักอยู่เสมอ นั้นแหละรักรักแท้ไม่กลัวความเจ็บหรอก สิ่งนี้ไม่ใช่ความรู้แต่เป็นความจริงที่สัมผัสได้ไม่ใช่จินตนาการที่สวยหรู แต่เป็นผู้อยู่และดำเนินไปกับความรัก
     
    ปล. ไม่ต้องขอโทษอะไรนะคับ เพราะแท้จริงกลับเป็นการแสวงหาความรู้ด้วยกันที่ทำให้รู้จัก น้ำพระทัยของพระเจ้ามากขึ้น
     
          การเรียนรู้จากชีวิตเท่านั้นจึงจะได้ชีวิต   ยอห์นฺ 5:39  ท่านทั้งหลายค้นดูในพระคัมภีร์เพราะท่านคิดว่าในนั้นมีชีวิตนิรันดร์และพระคัมภีร์นั้นเป็นพยานให้แก่เรา..
              ยอห์นฺ 5:40แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต..

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: