Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

Biosexual of Benjamin – รักร่วมเพศของเบนยามิน

on February 7, 2008

ข้อพระคัมภีร์ : Judges 19-21

เนื่องจาก เรื่องราวในตอนนี้มีถึง 3 บท จึงขอเล่าย่อๆ ละกัน :
…… ในยุคที่อิสราเอล 12 เผ่า เริ่มกระจายตัวตามดินแดนพันธสัญญา เป็นช่วงที่ยังไม่มีกษัตริย์ปกครอง ประชาชนทำตามใจชอบของตัวเอง (17:6) หนุ่มเลวีคนหนึ่ง มีเมียน้อย และเมียน้อยเขามีชู้เลยหนีกลับบ้านพ่อ คนเลวีจึงไปตามที่เบธเลเฮมในยูดาห์ ระหว่างที่เดินทางกลับ เขาตั้งใจจะไม่เข้าไปพักในดินแดนคนต่างด้าว และเลือกค้างคืนที่กิเบอาห์ซึ่งเป็นของเผ่าเบนยามิน
….. คนเลวีกับเมียน้อยและคนใช้ เข้าพักบ้านของชายแก่ในเมืองคนหนึ่ง แต่ชาวเมืองล้อมเรือน จะพังประตู โดยให้ส่งคนแปลกหน้านั้นออกมา เพื่อจะหลับนอนด้วย (รักร่วมเพศ) ชายแก่จึงจะส่งลูกสาวตัวเองให้แทน แต่คนเลวีตัดสินใจผลักเมียน้อยตัวเองออกไป รุ่งเช้าผู้หญิงคนนี้กลับมานอนตายหน้าบ้าน คนเลวีจึงฟันศพออกเป็น 12 ท่อน ส่งให้ทั้ง 12 เผ่า และประกาศว่ามีการอนาจารลามกเกิดขึ้นในอิสราเอลแล้ว
….. ชาวอิสราเอลได้รวบรวมพลพรรคไปหาเผ่าเบนยามินเพื่อให้มอบชายผู้กระทำการชั่วออกมา "แต่คนเบนยามิน ไม่ยอมฟังเสียงคนอิสราเอลพี่น้องของตน" (20:13) ชาวอิสราเอลจึงแสวงหาการทรงนำจากพระเจ้าในขั้นตอนการรบ และพระองค์ทรงนำทุกขั้นตอน แม้ตอนแรกจะพ่ายแพ้ "แต่คนอิสราเอลยังหนุนใจกัน … และขึ้นไปร้องไห้คร่ำครวญต่อพระเจ้าจนถึงเวลาเย็น" (20:22-23) พระเจ้าก็ยังให้ไปสู้ต่อ แต่กลับพบความพ่ายแพ้อีกจน "กองทัพทั้งหมดได้ขึ้นไปที่เบธเอลและร้องไห้คร่ำครวญ เขานั่งเฝ้าพระเจ้าและอดอาหารจนเวลาเย็น ถวายเครื่องเผาบูชาและศานติบูชาแด่พระเจ้า" จนกระทั่งพระเจ้าตรัสว่าจะให้ชัยชนะแก่อิสราเอล

วันนี้จะไม่ได้พูดถึงยุทธวิธีการรบของสงครามฝ่ายวิญญาณ แต่เป็นเรื่องของโฮโมเซกชวล สังเกตุว่า เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเผ่าเบนยามิน เนื้อเรื่องเหมือนกันเกือบทุกประการกับตนที่โสโดมจะถูกทำลาย ที่แม้แต่คนดีอย่างโลท ก็ได้รับอิทธิพลที่ไม่ถูกต้อง ด้วยการจะยกลูกสาวพรมจารีของตนแก่คนชั่วกลุ่มนี้

เมืองต่างๆ ที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ว่า ถูกทำลาย คือ เมืองที่ได้ชื่อว่าชั่วร้ายถึงที่สุดในสายพระเนตรของพระเจ้า และสิ่งที่บ่งบอกถึงความชั่วร้ายเช่นนั้น คือการแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดในเรื่อง "เพศ" ไม่ว่าจะเป็นยุคของ โนอาห์, โสโดม-โกโมรา, กิเบอาห์ หรือแม้แต่ในยุคสุดท้าย ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จกลับมา คือ "กินและดื่มกัน ทำการสมรสและยกให้เป็นสามีภรรยากัน" (Mat 24:37-38)

พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งความรัก สามารถให้อภัยสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราในอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกัน พระองค์บริสุทธิ์เกินกว่าที่จะทนให้ลูกๆ ของพระองค์ดำเนินอยู่ในความบาปเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการกลับใจ ถึงขนาดที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า "ถ้าผู้ใดได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องแล้ว แต่ยังล่วงประเวณ…อย่าคบคนอย่างนั้น แม้จะกินด้วยกันก็อย่าเลย" เพราะคริสเตียน คือ ชีวิตที่สำแดงออกถึงการหันหลังให้กับบาป ซึ่งแม้จะผิดพลาดไป พระเจ้าก็ยังให้อภัยได้ หากแต่การตีสอนจะเกิดขึ้นควบคู่ไปด้วยอย่างแน่นอน

หนังสือของ โธมัส ฮี. ชมิท ชื่อ "Narrow & Strait" กล่าวเกี่ยวกับรักร่วมเพศว่า "ยังไม่มีหลักฐานใดปรากฎว่า เรื่องนี้มีสาเหตุมาจากยีนส์ ในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่เคยมีการค้นพบยีนส์ของเกย์เลย ดังนั้น มันจึงไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้ใหญ่ที่เป็นบุคคลสำคัญในชีวิตเด็กๆ นั้น มีอิทธิพลต่อความคิดเด็กอย่างมาก"

เคยมีคำถามเกี่ยวกับ ผู้หญิง-ผู้ชาย ที่ผ่านการแปลงเพศมาแล้ว และมารู้จักพระเจ้า เป็นคริสเตียนในภายหลัง จะทำอย่างไร? เป็นคำถามที่มีคนมาแสดงความคิดเห็น ให้คำตอบกันต่างๆ นาๆ แต่องค์กรอย่างพันธกิจสายธาร ที่เชี่ยวชาญการให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และปลดปล่อยกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องเพศโดยเฉพาะ แนะนำไว้ว่า "แท้จริงแล้ว วิทยาศาสตร์หรือแพทย์ก็ไม่อาจสร้างชายจริงหญิงแท้ได้ มีแต่พระเจ้าเท่านั้น วิทยาศาสตร์และแพทย์เพียงแต่ทำให้รูปร่างเป็นชายหรือหญิงได้เท่านั้น ผลการผ่าตัดแปลงเพศจึงเหมือนภาพลวงตา เป็นความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงได้เลย เพราะทุก DNA ในร่างกายเขายังเป็นผู้ชาย แม้จะผ่าตัดเปลี่ยนทุกอย่างแล้วเท่าที่วิทยาศาสตร์จะทำได้ ลึกๆ ภายใน เขาก็รู้ดีว่าตัวเองเป็นผู้ชาย และมันอาจทรมานเขาได้ ส่วนพวกที่มาหาพระเจ้าในสภาพแบบนี้ เราก็ส่งเสริมให้กลับคืนสู่เพศเดิมตามที่พระเจ้าให้มา และเราก็ช่วยพวกเขาอยู่กับเพศที่แท้จริงของตัวเองอย่างมีสันติสุข"

"ลูกชายมากมายไม่มีเวลาดีๆ กับพ่อ พ่อทั้งหลายอาจมีอารมณ์ห่างเหิน ชอบทำร้ายจิตใจ ร่างกาย หรือใช้เวลาอยู่กับเมียน้อย แต่ไม่มีเวลากับที่บ้าน ลูกชายจึงมองไม่เห็นอะไรดีในความเป็นชายนั้น เนื่องจากไม่มีแบบอย่างให้เห็นจากพ่อที่ไม่เคยอยู่ด้วย … พวกรักร่วมเพศหรือเด็กที่สับสนทางเพศ เป็นผลมาจากการเลี้ยงดูที่ไม่ดีจากพ่อแม่ การขาดแคลนความรัก การโทษยีนส์ง่ายกว่าการโทษตัวเอง ถ้าเด็กถูกเลี้ยงดูมาจากพ่อแม่ที่มีความรัก และอยู่ด้วยกับลูก ชัดเจนในความเป็นชายจริงหญิงแท้ มีน้อยมากที่เด็กเหล่านี้จะสับสนาทางเพศ สิ่งเหล่านี้แทบไม่เจอเลยในเด็กที่มาจากครอบครัวที่รักพระเจ้า และให้ความรักความอบอุ่นแก่ลูกๆ อย่างดี"

"ในอเมริกา วัยรุ่นหญิงคนหนึ่งถูกเลี้ยงดูจากชายรักร่วมเพศ 2 คน คือ พ่อของเธอกับผู้ชายอีกคน เธอคิดว่า แนวโน้มทางเพศตามธรรมชาติของเธอ คือ เป็นเลสเบี้ยน เพราะถูกเสี้ยมสอนมาอย่างนั้น เธอมาหาเราด้วยความสับสนอย่างหนัก ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ สภาพเธอแย่มาก เราให้คำปรึกษาและอธิษฐานให้เธอ และขอพระเยซูสำแดงแก่เธอว่าแท้จริง เธอเป็นใครกันแน่ พระองค์แสดงให้เห็นว่า เธอเป็นลูกสาวของพระองค์ ถูกสร้างมาตามภาพลักษณ์ของพระเจ้า และเป็นผู้หญิงที่รักเพศตรงข้าม เธอได้รับสันติสุขกลับคืนมา เมื่อพลังของคำโกหกที่อยู่เหนือชีวิตเธอถูกทำลายลงในนามพระเยซู

ถ้าถามฉันว่า การรักร่วมเพศหรือความสับสนเรื่องเพศในชายหญิงรักษาให้หายได้มั๊ย ฉันจะบอกว่าได้แน่นอน ฉันเห็นมันเกิดขึ้นในชีวิตตัวเอง และฉันก็มีเพื่อนมากมาย ทั้งไทยและต่างชาติที่ได้รับการรักษาให้หาย และยังสามารถแต่งงาน เป็นพ่อ สามี ภรรยา และแม่ที่ดีได้ โดยไม่ล้มลง หวนกลับไปสู่การเสพติดในรักร่วมเพศ หรือพึ่งพิงเพศเดียวกันอีก มีกรณีตัวอย่างแบบนี้เกิดขึ้นมากเหลือเกินทั่วโลก แต่วิธีเดียวที่ฉันเห็นว่ารักษาหายได้คือ โดยการให้คำปรึกษาแบบคริสเตียน และการอธิษฐานด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเยซู ในฐานะเป็นคริสเตียน ฉันเชื่อว่า พระเจ้าพระบิดาสร้างเรามาตามแบบอย่างของพระองค์ ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นบาดแผลจากการถูกล่วงละเมิด ถูกทอดทิ้ง หรือขาดความรักที่เราทั้งหลายประสบมา พระองค์รักษาและฟื้นฟูเราให้หายได้"

Note: คำสัมภาษณ์ จากนิตยสาร BRIDGE จากปากของ ซู ฮันห์ ผู้อำนวยการพันธกิจสายธาร ประเทศไทย

็เพราะว่าผู้ชายเป็นพระฉายาและพระสิริของพระเจ้า ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นศักดิ์ศรีของผู้ชาย [1Cor 11:7]

ท่านทั้งหลายจงระมัดระวัง จงมั่นคงในความเชื่อของท่าน จงเป็นลูกผู้ชายแท้ จงเข้มแข็ง [1Cor 16:13]


2 responses to “Biosexual of Benjamin – รักร่วมเพศของเบนยามิน

  1. Vivorn says:

    การดำเนินชีวิตโดยความจริงเป็นส่วนสำคัญ พระเจ้าสร้าง ชายและหญิง ไม่ใช่สร้างเพศที่สาม ซึ่งนั้นเป็นการเลียนแบบการสร้างของพระเจ้าและเป็นการสร้างที่หลอกลวงของมารซาตาน  ผมคิดว่าคริสตจักรน่าจะมีการสอนในเรื่องความภูมิใจในเพศและที่สำคัญครอบครัวเป็นจุดเริ่มในการสอนเกี่ยวกับเพศที่ถูกต้อง
    ขอบคุณสำคัญบทความครับ ขอพระเจ้าอวยพร

  2. lak says:

     
    เรื่องนี้ดีจริงๆ ค่ะ ขอบคุณที่นำมาถ่ายทอด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: