Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

[พระองค์] โครตรักเองเลย (ไอ้กร๊วก)

on October 28, 2007

จากที่เมื่อคืนยังคิดอะไรไม่ค่อยออก ถ่ายเทความรู้สึกลงไปในหน้าเสปซมากมาย
วันนี้ก็ตื่นไปโบสถ์ ด้วยท่าทีที่ผิดมากๆ เราร้อนรุ่มกลัวจะไปไม่ทันเล่นเปียโน และมันก็เป็นจริง
แจ้จี๊ดบอกให้มาโทษได้เลย ถ้าไม่ทัน ก็มัวแต่ให้รอแจ้ที่เดี๋ยวก่ง เดี๋ยวก่อน ฮือๆ สายอีกแล้ว
เลยบอกให้หลานเบนเล่นไปก่อน ไม่คิดว่าจะสายมาก ไปถึง เข้าเพลงช้าแล้ว … ขอโทษจริงๆ พี่น้อง

คำเทศนาวันนี้ อาจารย์ Soo Woong Park ดูไม่รู้เลยว่ามีอายุมาก มาจากเกาเหลา เกาหลี
ด้วยข้อพระคำจาก Matthew 6:24 แค่เปิดพระคัมภีร์ ก็น้ำตาร่วงทันทีที่เห็นคำว่า "No one can serve two masters"
ก็ Blog ข้างล่าง ที่เขียนไปเมื่อคืน มันยังคลุมเครืออยู่เหลือเกิน ทำไมมันตรงกับฉันอย่างนี้เนี่ยะ!
จริงๆ ช่วงนี้รู้สึกแย่กับตัวเองมาก อยากออกมาห่างๆ วินัยที่เคยทำในการเฝ้าเดี่ยว แปลกมะ?
(ก็มันเจออะไรในชีวิตมากมายเลย ใครคิดว่าการออกจากงานมารับใช้พระเจ้านั้นง่าย สุดยอดแห่งการฝ่าฟัน
แล้วก็น้อยใจพระองค์ในหลายๆ เรื่อง รวมทั้งการรอคอยอันแสนนาน + ความอ่อนแอส่วนตัว)
แต่พระเจ้ากลับไม่ได้มีคำเก็บไว้รอตำหนิ หากแต่พระองค์หาทางนำเรากลับไปด้วยความรัก เสมอมา

ตลอดคำเทศนา พยายามบอกพระองค์ "พระองค์โปรดหยุดเถิด ลูกไม่อยากน้ำตาร่วงไปกว่านี้"
แต่ผลที่ได้ กลับยิ่งร้องไห้หนัก พระวิญญาณบริสุทธิ์เคลื่อนไหวในคำเทศนาในเช้าวันนี้กับเรามากๆ
ชีวิตของอาจารย์ท่านนี้เป็นพยานที่ดีมาก อาจารย์ใช้ชีวิตในมหาลัยด้วยความุมานะ อยากรวย อยากมี
แต่วันหนึ่งอ.ก็ถามตัวเอง ว่าผมเป็นใครกันนี่ แล้วเราจะเลือกอนาคตไปทางไหนอย่างไร?
ฟังคำพยานของอาจารย์แล้วตรงกับชีวิตเรามากๆ เพราะสิ่งที่เกิดกับ อ. เกิดกับเราทุกๆ อย่าง
ทำให้นึกถึงเมื่อคืน ที่เพื่อนคริสเตียนอเมริกันขอให้เล่าคำพยานให้ฟัง
หวังว่าหลังจากวันนี้จะเขียนคำพยานได้ละเอียดขึ้น และเป็นพระพรมากยิ่งขึ้น

ความฝันของคนไม่เชื่อพระเจ้า มีจุดประสงค์เพื่อตัวเอง คือ ความทะเยอทะยาน
แต่เมื่อคนๆ หนึ่งกลับใจติดตามพระเจ้า เป็นคริสเตียนแล้ว ความฝันของเขาเพื่อพระเจ้า คือ นิมิต
ความทะเยอทะยานเริ่มต้นจากตัวเราเอง แต่นิมิต พระเจ้าเป็นผู้เริ่มต้น
ความทะเยอทะยาน เราต้องพัฒนาเพิ่มพูน ทักษะ ความรู้ เพื่อเราจะได้เป็นที่ยอมรับ
นิมิต พระเจ้าเป็นผู้เพิ่มพูน ด้วยการที่เราแสวงหาพระองค์ เพื่อพระเจ้าจะได้รับเกียรติ

หลังจากที่อาจารย์ได้ต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิต ความฝันของอาจารย์ก็เปลี่ยนไปทุกอย่าง
เป้าหมายชีวิตที่เรียนหมอเพื่ออยากรวยก็เปลี่ยนไป อ.เลือกเป็นวิสัญญีแพทย์ (ให้ยาสลบ)
เพราะ อ.ใช้ชีวิตทำงานที่อเมริกา พูดอังกฤษสำเนียงเกาหลี คุยกับคนอเมกันไม่รู้เรื่อง
และ อ.ต้องการงานที่ไม่รัดตัว แต่มีเวลาในการรับใช้พระเจ้ามากยิ่งขึ้น

เชื่อว่าพระเจ้าจัดเตรียมเหตุการณ์ให้เรา จนฟังคำเทศนาวันนี้แล้ว TOUCH มากๆ
อ.บอกว่าเมื่อเป้าหมายเราอยู่ในพระเจ้า งานของเรา อนาคตของเราก็มีแต่เรื่องแผ่นดินของพระเจ้า
แต่ถ้าเรามีเป้าหมายของตัวเอง เราอาจจะทำงานเพื่อมีเงินมากๆ หรือเพื่อความก้าวหน้า ชื่อเสียง ฯลฯ
อันที่จริงเราก็ออกมาเพื่อสิ่งนั้น แต่พอเจอเข้ากับเหตุการณ์จริงหลายๆ อย่าง มันยาก+ลำบาก กว่าที่คิด
สถานการณ์รอบข้างทำให้เราเกือบเขวทิศทางไปหลายทีแล้ว ดีว่าชอบขอหมายสำคัญแบบกิเดโอน 55

ตอนนี้เหลือเพียงขอพระเจ้า Stir me up on fire และ Add me more love more power
เพราะความรักแห้งเหี่ยว และวิญญาณเด็ก (เนื้อหนัง) มากขึ้นทุกทีๆ
ถึงขนาดที่ว่าวันนี้หงุดหงิดใส่คนที่เราไม่ชอบใจอย่างเห็นได้ชัด พระคำลอยมาเลย
ว่า "ถ้าเราทำดีแต่กับคนที่เค้าดีกะเรา จะต่างอะไรกับคนบาปที่ยังไม่ได้พบความรักของพระเจ้า?"
แต่คิดไปเองว่าเจ้านี่มันไม่ใช่คนบาป แต่ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องแล้วนี่หน่า ไม่ยุ่งไปเลยจะดีกว่ามั๊ย?

ก็ครั้งนึงที่พระองค์ใช้ให้ไปเตือนบางคนด้วยย้ำใน 1Co 5:11 ว่า
"ถ้าผู้ใดได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องแล้ว แต่ยัง… อย่าคบคนอย่างนั้น แม้จะกินด้วยกันก็อย่าเลย"
"จงไปแจ้งความผิดบาปนั้นแก่เขา สองต่อสองเท่านั้น ถ้าเขาฟังท่าน ท่านจะได้พี่น้องคืนมา" Mat 18:15
และมีการย้ำผ่านอีกๆ หลายๆ อย่าง ปรากฎว่าการเตือนครั้งนั้น ถึงขนาดว่าเสียเพื่อนทุกวันนี้
ทั้งที่ตอนแรกบอกพระองค์ล่วงหน้าว่าต้องเสียเพื่อน ไม่อยากเตือน แต่โดน Eze 3:18-19 เข้าไป

รู้แต่ไม่ชอบการทดลองแบบนี้เลย มันยากสำหรับลูกมากๆ ทำให้รู้ว่าเรานี่ช่างเลวร้าย ทำไม่ได้เลย
ทำใจยากมากกับคนที่ชอบเอาเราไปว่าลับหลัง แล้วบอกอีกคนว่าอย่าให้เรารู้ ความลับไม่มีในโลกหรอก
อีกประเภทนึง คือ ไม่ชอบผู้ชายที่ชอบเอาเปรียบผู้หญิง เพราะตามปกติผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิง
ไม่ใช่สปอร์ตกับคนที่ตัวเองชอบ และอยู่กับคนอื่น ไม่มีน้ำใจ แถมยังทำอะไรที่ตรงกันข้าม + ก้าวร้าวใส่
วันนี้เจอ 2-3 เคสนี้ ในบุคคลคนเดียวกัน เด็กเลยอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาชั่ววูบ และความรักก็ยังไม่มากพอเหมือนเดิม

แต่ตอนที่ปลีกตัวออกมา พระองค์นำให้ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งมีท่าทีที่ดีอย่างเหลือเชื่อ
ท่านกลายเป็นคนมองโลกในแง่ดีมากๆ และให้คำที่หนุนจิตชูใจประกอบด้วยความรัก
ท่านบอกว่า คนเราทุกคน มันมีปมที่เป็นจุดเปลี่ยนเพียงนิดเดียว เราไม่รู้ตรงนั้น แต่พระเจ้ารู้
เมื่อถึงเวลา พระเจ้าก็จะทำ หน้าที่ของเราคืออดทน อธิษฐาน และการเฝ้ารอคอย

ก็ว่าจะเลิกเล่นเปียโน จะได้มีเวลาไปเทคแคร์คนใหม่ๆ และคอยตามคนเข้ากลุ่ม
วันนี้พี่ก็ฝากฝังน้องเจนมา แต่ต้องซ้อมดนตรี เลยปลีกตัวไม่ได้ แถมที่ผ่านมามีเรียกประชุมตลอด
น้องจิมบอกจะมาเจอกัน ก็ไม่ทันเห็น อุตส่าห์คิดถึงตั้งเยอะแน่ะ …

ตัดไปหลังซ้อมเสร็จ เราจะไป Bangkok Call #4 กันที่หน้ารามฯ ไม่ได้เข้ากลุ่มเช่นเคย
ก็กินกลางวันไกลๆ ทีไร ถ้าอยู่กันน้อยๆ กลุ่มล่มทุกครั้งอ่ะ เพราะมันนานไงกว่าจะกลับเข้ามากัน
ทุกคนเลยกระจัดกระจาย เกเก้ งอแงอีกแล้ว บอกจะไปแล้วไม่ไป เราเลยไปนั่งรอชุชะที่บ้าน 555
เจอ บูบู้ สุนัขจอมตะปบ + นั่งหม่ำชอคโกแลต + เล่นเว็บแคม + ลืมชีทเพลงจนได้

ไปถึงงาน Bangkok Call #4 หน้ารามฯ ณ ราชมังคลาฯ แดดร้อนเหมือนกันนะ ได้เสื้อมาตัวนึง 180 บาท
วันนี้ไม่เต็มอิ่มกับการนมัสการเท่า 2 ปีก่อนที่เคยจัดที่เดียวกัน เพราะมัวแต่หงุดหงิดอย่างที่เล่าไปข้างบน
เลยไม่เป็นอันอยู่กับที่ ไปๆ มาๆ บนแผ่นดินโลก จนกระทั่งช่วงของพี่แยม บงกช ตามด้วย คจ.ปากเกร็ด
ช่วงนั้นจะสัมผัสพระเจ้ามากหน่อยในการนมัสการ และก็ได้เจอหน้าค่าตาเพื่อนๆ พี่น้องจากโบสถ์ต่างๆ กันอีก

กลับบ้านประมาณเกือบๆ 5 ทุ่ม แม้ไม่ค่อยได้โดดเท่าไหร่นัก แต่กลับบ้านแล้วมันเหนื๊อย เหนื่อย จริงๆ
หัวข้อวันนี้ก็ประมาณว่า ไอ้คนนิสัยไม่ดีเลยคนนึง เป็นเด็กดื้อ เด็กโง่ พระองค์ก็ทำกับเราทุกอย่างด้วยความรัก
แค่ไอ้กร๊วกคนนึงอ่ะ ทำไมพระองค์จัดสรรอะไรให้เราดีขนาดนี้ อยากจะคิดว่าเป็นคำเทศนาเฉพาะเราคนเดียวด้วยซ้ำ
นั่งน้ำตาไหล ร้องไห้ตั้งแต่เริ่มเทศน์จนจบด้วยเพลง "Seek Ye First the Kingdom of God"
พระเจ้าโครตรักเอ็งเลยว่ะ (ขอโทษที่ไม่สุภาพ แต่ไม่รู้จะบรรยายความรักนี้ยังไง)

ความมั่งคั่ง ความบริบูรณ์ ชื่อเสียง เงินทอง Prosperity ทั้งหมดเป็นแค่เงาของพระพร
เราไม่ได้เชื่อพระเจ้าเพื่อให้มีตรงนั้นเป็นอับดับ 1 แต่เราจะได้ "พระเจ้า" มาเป็นของเราต่างหาก
มีคำถามหนึ่งคือ คนที่เรารัก คนที่คาดหวังจากเรา เราจะตอบแทนเขาได้ยังไงบ้าง?
แต่นั่นก็คงเป็นแค่เงาเหมือนกันรึเปล่า? ตอบแทนพระเจ้าก่อน แล้วหนทางอื่นๆ จะตามมาด้วยเนอะ


เพื่อนชะ ละพี่อะไรน้าา?? จำชื่อไม่ได้
ช่างกล้ามาถ่ายด้วย (^__^) แต่น่ารักดี


AGAPE’ มากันแค่นี้😦
 


One response to “[พระองค์] โครตรักเองเลย (ไอ้กร๊วก)

  1. Popsy says:

    เอ่อ … มีพี่คนหนึ่ง เข้ามาอ่านแล้วบอกว่า ช่างกล้าจริงๆ ที่ใช้คำว่า "โคตรรักเอ็งเลย" เหมือนชื่อหนัง
    อยากจะบอกว่า คำนี้ เป็นคำพูดของเราเอง ที่ใช้บอกตัวเอง ว่า เฮ้ย พระเจ้าท่านรักเอ็งมากๆ เลยนะ
    แต่ไม่ได้มีเจตนาใช้ในกรณีว่า พระเจ้าพูดกับเราว่า โคตรรักเอ็งเลย นะลูก
    เพราะพระเจ้าของเรา ยังไงก็สุภาพเสมอ ไม่มีเปลี่ยนแปลง … แต่ที่เขียนชื่อ blog คำนี้
    เพราะตอนที่เขียน ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสภาพเด็กไม่ดี เป็นไอ้กร๊วกไง ก็เลยใช้คำแบบนี้
    ถ้าเขียนว่า พระองค์แสนรักลูกจังเลย มันไม่ได้อารมณ์ดิบๆ เท่าคนไม่ดีเขียนไง
    ตอนนี้ไม่ใช่คนไม่ดีแล้วนะ … พระเยซูรับแทน ทำแทนหมดแล้ว
    เราเป็นคนชอบธรรม เป็นลูกที่รักของพระเจ้า … ♥ พระองค์รักหนูจังเลยค่ะ ♥ (^__^)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: