Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

If Tomorrow Never Comes – พรุ่งนี้อาจสายเกินไป

on October 3, 2007

1st Story – เรื่องที่ 1 : อย่าให้ถึงวันพรุ่งนี้เลย การตัดสินใจเป็นของคุณ

ถ้ามิชชันนารีชื่อดังรุ่นก่อนคือ Billy Graham, T.L. Osborn และ Oral Robert
ยุคปัจจุบัน หลายคนคงรู้จัก Benny Hinn และ Reinhard Bonnke
สองคนนี้ มีชื่อเพราะ งานประกาศของเขาเกิดผลมาก มีคนรับเชื่องานนึงเป็นล้านทีเดียว
รวมทั้งมีการอัศจรรย์ การหายโรคที่หมอรักษาไม่ได้ และการทรงสถิตของพระเจ้า มากมาย
ทั้งที่ Bonnke เริ่มงานประกาศของเขากับกลุ่มคนเล็กๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นมาก่อน

แต่เรื่องที่จะเล่านี้ เกี่ยวข้องกับคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง …
บองกี้เกิดในครอบครัวคริสเตียนเยอรมัน และใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในการประกาศแถบอัฟฟริกา
ขณะที่เขากลับไปในเยอรมัน ในการเทศนาคืนหนึ่ง พระเจ้าตรัสกับบองกี้ให้ไปบอกผู้ชายคนหนึ่งให้รับเชื่อ
เขาจึงเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปถามผู้ชายคนนั้นว่า "คุณได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เจ้าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดแล้วหรือยัง?"
นักธุรกิจคนนั้นร้องบอกว่า "พรุ่งนี้เช้ามีประชุมทางธุรกิจที่สำคัญมาก ไว้คืนพรุ่งนี้จะกลับมาต้อนรับพระเยซู"
บองกี้เองไม่อยากบังคับให้เขารับเชื่อ และนักธุรกิจคนนี้ก็ได้ให้นามบัตรซึ่งมีที่อยู่ติดต่อเอาไว้
ในคืนต่อๆ มาเขาพยายามมองหาผู้ชายคนนี้ แต่ไม่เห็น จนจบงานฟื้นฟูครั้งนั้น
หลังจบงานไม่กี่วัน บองกี้เจอนามบัตรที่ให้ไว้ในเสื้อโค้ท และตัดสินใจไปเยี่ยมผู้ชายคนนั้นที่บ้านดู
เมื่อเขากดกริ่ง และถามหาผู้ชายคนนั้น ผู้หญิงที่มาเปิดประตูตอบว่า "เราเพิ่งจะฝังศพเขาไปเมื่อ 2-3 วันก่อน"
บองเก้จึงรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้นำเขารับเชื่อในคืนวันนั้น เพราะนักธุรกิจคนนั้นเสียชีวิตในเช้าวันถัดมา
คำถามคือ "ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณในวันพรุ่งนี้ คุณรู้หรือไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน?"

2nd Story – เรื่องที่ 2 : อย่าปล่อยให้คนอยู่ในเรื่องโกหกที่เขาจะได้เวียนว่ายตายเกิด

ส้ม สาวออฟฟิศคริสเตียนวัย 27 มีเพื่อนสนิท พี่ฝ้าย ที่ทำงาน ซึ่งมีสามีแล้ว เมื่อส้มมีอะไรไม่สบายใจ ส้มจะระบายให้กับพี่ฝ้ายฟังเสมอ พี่ฝ้ายจะเป็นคนสุขุมนุ่มลึก คอยรับฟังทุกๆ ปัญหา และทำให้ส้มสบายใจอยู่เสมอ จนวันหนึ่ง ส้มได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ว่าพี่ฝ้ายฆ่าสามีตาย และฆ่าตัวตายตาม เธอได้แต่ตกใจ และอุทานว่า "ฉันยังไม่เคยพูดเรื่องพระเยซูให้พี่ฝ้ายฟังเลย"

บางครั้งเราก็ใส่ใจแต่ปัญหาของตัวเอง อยากจะให้ใครๆ รับฟังปัญหาของเรา ต้องการคนเข้าใจ แต่เราลืมไปว่าเราเป็นลูกพระเจ้า มีพ่อที่คอยรับฟังได้ดีกว่า ส่วนคนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า เราอาจเอาใจใส่เขาน้อยไปในเรื่องของความเป็นนิรันดร์

ทั้ง 2 เรื่องข้างบนนี้เป็นเรื่องจริง และคำว่า "พรุ่งนี้" ก็สายเกินไปสำหรับชีวิตคนหนึ่ง

ญี่ปุ่นบอกว่า ในโลกนี้มีศาสนามากกว่าสามร้อยห้าสิบศาสนา ส่วนอินเดียบอกว่ามีเจ้าต่างๆ หลายพันองค์
การเป็นคริสเตียน ไม่ใช่ศาสนา และเป็นความเชื่อเดียวที่มีคำว่า "บังเกิดใหม่"
พระเยซูตรัสว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่ ผู้นั้นจะเห็นแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้" [John 3:3]
เราทุกคนเกิดมาและกระทำบาป ทำตามแต่ใจของตัวเอง ซึ่งทำอะไรไว้จะถูกพิพากษาตามการกระทำ

หลายคนเคยได้ยินว่าคริสเตียนเป็นพวกตื๊อคนไปเข้าศาสนา ยัดเยียด และอันที่จริงส่วนตัวก็ไม่ชอบคนแบบนั้นด้วย
แต่แท้จริงแล้ว คนที่อยากให้คนอื่นรับเชื่อเร็วๆ คือคนที่เป็นห่วงดวงวิญญาณมากกว่าคนขี้เกรงใจเสียอีก (ตัวเองเป็นต้น)
เพราะคริสเตียนรู้ดีว่า "มนุษย์คนใดที่ตายไป โดยไม่เคยกลับใจจากบาป ต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิต เขาจะพลาดจากความรอด"
พระเยซูเสด็จเข้ามาในโลกนี้ เพื่อคนที่เชื่อ วางใจในพระองค์ จะผ่านพ้นการพิพากษาไปสู่ชีวิตนิรันดร์ อันเป็นของขวัญที่ให้ฟรี
แต่ผู้ที่ไม่กลับใจ ยังคงทำบาปต่อไป หรือคิดว่าตนเป็นคนดี ไม่มีข้อบกพร่อง ผู้นั้นอาจถูกพิพากษาถึงแก่บึงไฟนรกชั่วกาลก็ได้

***** ***** ***** ***** ***** ***** *****
เมื่อได้ยินเรื่องราวของ บองเก้ แล้ว จึงอยากบอกเพื่อนพี่น้องที่รักทุกท่าน
ให้คุณคิดแบบ
Pascal นักคณิตศาสตร์ หรือ C.S. Lewis ในเชิงผลประโยชน์ก็ได้
"
ถ้าคุณรับเชื่อพระเยซู แล้วพระองค์ไม่มีจริง ไม่ได้เป็นพระเจ้า คุณไม่มีอะไรต้องเสียเลยซักกะอย่าง
แต่ถ้าพระองค์มีจริง พระองค์เป็นพระเจ้าจริง คุณไม่ได้รับเชื่อพระองค์ คุณต้องเสียหมดทั้งสิ้นในชีวิต
"
เพราะพระเยซูกล่าวว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต"
"ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย ด้วยว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้ ไม่ทรงโปรดให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า"
อยากประกาศเรื่องที่ดูเหมือนโง่ๆ จริงจังกับพี่น้องผองเพื่อนอีกซักครั้งว่า
"
คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า
และเชื่อในจิตใจว่า พระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด
"
***** ***** ***** ***** ***** ***** *****

หากเราลังเลมากไป มันอาจจะสายเกินไปสำหรับคนที่จะตายวันพรุ่งนี้
ใครจะรู้ คนนั้นอาจเป็นคนที่คุณรัก คนที่เจอหน้ากันทุกวัน หรืออาจเป็นคนในครอบครัวก็ได้

"เพราะตามที่ทรงกำหนดไว้ตามพระสติปัญญาของพระเจ้า โลกไม่รู้จักพระเจ้าได้โดยปัญญาของตน
พระเจ้าจึงทรงโปรดช่วยคนที่เชื่อให้รอดโดยคำเทศนาเรื่องโง่ๆ
" [1Cor 1:21]

P.S. // อย่าลืมส่งต่อเรื่องราวความรอดให้คนที่คุณรักโดยด่วน ก่อนที่คำว่า พรุ่งนี้ จะสายเกินไป


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: