Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

เงินและทองเราไม่มี VS เงินและทองเราก็มี

on May 25, 2007

Then Peter said, “Silver and gold I do not have, but what I do have I give you. In the name of Jesus Christ of Nazareth, rise up and walk.” [Acts 3:6]

เป็นเรื่องที่ทำใครหลายคนสับสนมากมาย ว่าตกลงคริสเตียนควรจะมีเงินมีทอง หรือไม่ต้องมีเงินมีทอง
เป็นเรื่องที่คริสเตียนก็งง ว่าตกลงควรใช้ชีวิตในโลกอย่างลำบาก ทุกข์ทนหรือสุขสบายดี

 ฝั่งอเมริกา ยุโรป จะเชื่อเรื่องชีวิตที่บริบูรณ์มากๆ คือ เชื่อใน John 10:10 มากๆ ว่า
"I have come that they may have life, and that they may have it more abundantly"
คือ พระเยซูมาเพื่อให้ชีวิตที่บริบูรณ์จริงๆ คนจะเชื่อความมั่งคั่งในพระพรของพระเจ้าเหลือหลาย … คือ ตอนที่มนุษย์ทำบาปครั้งแรก พระเจ้าลงโทษมนุษย์ ตรัสว่าต้องทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ มีความตาย มีการเจ็บป่วย มีโรคภัย เมื่อพระเยซูมาไถ่เราแล้ว เราก็พ้นจากคำแช่งสาปนี้ด้วย ไม่ต้องทำงานหนัก ไม่ต้องลำบากยากจน ไม่ต้องมีโรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ และได้ความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์อย่างครั้งของอาดัม เอวาก่อนทำบาปคืนมา

 ส่วนฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะประเทศคอมมิวนิสต์ หรือจีน ก็จะเชื่อว่าคนเราเกิดมาเพื่อทนทุกข์ ทนทุกข์เพื่อพระคริสต์ จะต้องลำบากยากจน เพื่อจะได้เป็นคนมั่งมีในสวรรค์ อย่างถ้าใครเคยอ่าน "บุรุษจากสวรรค์" จะมีบทนึงที่คุณหยุนต่อต้านแนวคิดความมั่งคั่งในยุโรปด้วยแหละ

โดยส่วนตัวนะ เชื่อเรื่องความมั่งคั่ง เชื่อเรื่องชีวิตที่บริบูรณ์ … ไม่งั้นพระเยซูจะมาทำไม ถ้ามาอภัยบาปเรา อย่างอื่นก็ต้องได้รับการไถ่ถอนด้วย เพราะโรคภัยไข้เจ็บ การทำงานหนัก ความสัมพันธ์ที่ขาดกันนั้นระหว่างกับมนุษย์พระเจ้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลจากความบาปทั้งนั้น ถ้าพระเจ้าอภัย สิทธิอำนาจ [Authority + Power] ครอบครองโลกที่พระองค์เคยให้อาดัม ทุกอย่างจะต้องกลับคืนสู่มือของผู้เชื่อ ที่ได้รับการไถ่ด้วย

แต่อีกมุมนึง ชีวิตทุกคนย่อมเจอเรื่องทุกข์ยากลำบาก เป็นปกติธรรมดา แต่นั่นก็เพื่อจะสอนเรา เปลี่ยนแปลงเรา … เคยมีนักเทศน์คนนึงบอกว่า พระเจ้าให้เราอยู่บนโลกนี้ต่อไปหลังจากยุคของพระเยซูแล้ว ก็เพื่อได้ใช้ฤทธิ์เดช อันนี้เห็นด้วย – ก็ขอบคุณพระเจ้า ที่เราได้เกิดในยุคนี้ ถ้าเราเกิดในสมัยดาวิดล่ะก็ ยังไม่มีการเปิดเผยพระนามพระเยซูเลย จะไปสั่งผีให้ออกได้มั๊ยว่า "ในนามพระเยซู เราสั่งเจ้าให้…" หรือในมุมกลับกัน ถ้าเราเกิดเป็นผู้เผยพระวจนะเอลียาห์ มีฤทธิ์เดชมหาศาล เราก็คงเรียกไฟจากสวรรค์เพราะความโกรธมาฆ่าคนเป็นร้อย (2 Kings 1) หรือเป็นเอลีชาที่สั่งให้หมีฆ่าเด็ก 42 คน เพราะโดนล้อว่าหัวล้าน (2 Kings 2) … ก็เพราะเค้ายังไม่ได้เรียนรู้เรื่องความรักที่พระเจ้าเปิดเผยเหมือนยุคของเรา

กลับมาที่เพลงๆ นึง ที่รู้กันอยู่ว่ามาจากหนังสือกิจการข้อที่กล่าวไปข้างต้น
"เงินและทองเราไม่มี แต่สิ่งซึ่งเรามีเราให้ท่าน ในนามพระเยซูแห่งนาซาเร็ธ ลุกขึ้น ลุกขึ้น และเดิน"
สังเกตุว่าผู้นำนมัสการหลายคน เลือกที่จะร้องเพลงนี้ว่า "เงินและทองเราก็มี" แทนเนื้อเพลงดั้งเดิม อาจเพราะกลัวว่าพูดสิ่งไรก็จะเป็นไปตามนั้น แต่ความหมายของประโยคที่เปโตรพูด มีความหมายหลายด้าน
– เปโตรจะอ้างว่าตัวเองมีเงิน(ในอนาคต)ก็ได้ เพราะอัครทูตมีบำเหน็จในสวรรค์มากมาย หรือ ทำการอัศจรรย์ให้เงินเต็มกระป๋องขอทานก็ได้
– เปโตรจะอ้างว่าตัวเองมีเงินมากก็ได้ เพราะสาวกร่วมใจกันขายสิ่งสารพัดมารวมเป็นของกลาง เปโตรจะบอกว่ารอเดี๋ยว ขอกลับไปเอาเงินมาให้ขอทานนั้นก็ได้
– เปโตรไม่เห็นถึงความสำคัญของสิ่งที่ขอทานต้องการเลย เพราะเขาเป็นคนฝ่ายวิญญาณ มองสิ่งที่คนเราต้องการจากข้างในออกมาหาส่วนจำเป็นของร่างกาย

เชื่อหรือไม่ เมื่อไหร่ที่เราประกาศแผ่นดินของพระเจ้า และบอกว่าเงินทองเราก็มี เราจะไม่ได้ช่วยเหลือในส่วนที่เขาจำเป็นจริงๆ จะคิดแต่ว่าเรามีตังค์ และมองผิวเผินถึงสิ่งที่เขาปรารถนา เราก็จะให้ตามที่เขาขอ (เคยมีประสบการณ์เช่นนี้ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ขอเงิน มีเงิน เลยให้เงิน ลืมคิดไปว่าคนขอตาบอด) แต่ถ้าเราไปดังที่พระเยซูสั่ง (ว่าห้ามพกเงินติดตัวเวลาประกาศ) เราจะมองเห็นถึงความจำเป็นของเขามากกว่าสิ่งที่เขาต้องการ … เปโตรมองเห็นเหตุผลที่ชายผู้นั้นกลายเป็นขอทาน เขาเป็นง่อย และพระเยซูก็มีฤทธิ์อำนาจเหลือล้นที่จะรักษาเขาได้ เปโตรเลือกที่จะบอกว่าเราไม่มีเงินทองให้ มีแต่พระนามของพระเยซูคริสต์ นี่แหละความหมายของเพลง เมื่อเราไปประกาศ สิ่งที่ควรหยิบยื่นมากที่สุดคือพระเยซู ไม่ใช่เงินทอง!!! ฉะนั้น อย่ากลัวเกินไปที่จะร้องว่า "เงินและทองเราไม่มี" ในเมื่อมันเป็นบัญชาของพระคริสต์ที่ไม่ให้มีเงินในบางยาม

กลับมาที่ทฤษฎีความมั่งคั่งและชีวิตที่ทนทุกข์ เคยมีคนบอกว่า "ชีวิตเราเกิดมาเพื่อทนทุกข์อย่างพระเยซู" โอ้ พระเจ้า แค่พระองค์บอกว่าชีวิตข้าน้อยเหมือนฤดู ที่จะเจอฝน 1 ใน 3 ก็มากพออยู่แล้ว ถ้าการแบกกางเขนคือการทนทุกข์อย่างเดียวแล้วล่ะก็ พระองค์บอกทำไมว่าแอกของพระองค์นั้นเบา เราเชื่อว่าขณะที่พระองค์แบกกางเขนนั้น พระองค์มีสันติสุขที่จะทำน้ำพระทัยให้เสร็จสิ้น … ไม่รู้ว่าคนทั่วไปเป็นเหมือนเราหรือเปล่า พ่อแม่ไม่ได้มีเงินทองกองให้ มีทั้งช่วงเวลาที่กระเป๋าตุง กระเป๋าแฟบ มั่งคั่งและขัดสน ก็ถามพระองค์ว่าตกลงลูกจะเชื่ออะไรเกี่ยวกับความบริบูรณ์ในเมื่อลูกก็มีช่วงเวลาตกต่ำ แต่พระองค์บอกเหตุผลและเคล็ดลับอันหนึ่งมาให้

1. ไม่ว่าเราจะเจออะไร ทั้งดีและร้าย เราต้องขอบพระคุณในทุกกรณี และไม่ให้มารซาตานโขมยสันติสุขเราไปได้ (ถ้าเราหงุดหงิด โกรธเคือง เศร้าใจหรือท้อถอยได้ แปลว่า มารหัวเราะในความสำเร็จของมัน ส่วนเราตกอยู่ในการทดลอง) ดัง Phi 4:4 เมื่อเราทุกข์ร้อนและทูลต่อพระองค์ สันติสุข "แห่งพระเจ้า" จะคุ้มครองความคิดและจิตใจ นั่นคือการแบกกางเขนผ่านไปถึงโกละโกธา

2. เคล็ดลับที่จะเผชิญทั้งความตกต่ำ อุดมสมบูรณ์ ความอิ่มท้องและอดอยาก คือ พระเยซูคริสต์ ถ้ามีเพียงด้านใดด้านเดียว เราจะไม่รู้จักวิธีพึ่งพาพระองค์หรือการสรรเสริญที่แท้จริง ดังที่เปาโลกล่าวว่า "I can do all things through Christ who strengthens me" ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้  โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า

P. S. // วันพุธ 23 ที่ผ่านมา พระเจ้ายืนยันว่า "การลงทุนที่คุ้มค่าและได้ผลกำไรมากที่สุด คือ การลงทุนในข่าวประเสริฐของพระองค์" เพระพระองค์ไม่เคยติดหนี้ใคร การใช้เงิน เวลา กำลัง และทุกอย่าง ไปเพื่อการขยายแผ่นดินของพระเจ้า ผลตอบแทนมากเท่ากว่าลงทุนในธุรกิจใดๆ (อย่าคิดแต่ผลตอบแทนนะ เพราะสิ่งใดที่กระทำโดยปราศจาความรักเสีย ก็ไม่มีค่าอะไรเลย)


2 responses to “เงินและทองเราไม่มี VS เงินและทองเราก็มี

  1. P.J. says:

    ใครเป็นหนี้รักผม กรุณาจ่ายคืนด้วยครั บ อุ ๆๆ
     

  2. miaow says:

    ดีจริงๆเลย..ขอบคุณพระเจ้านะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: