Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

Thailand – The Land of Worship

on April 26, 2007

หากใครเคยอ่านหนังสือ Revival in Agentina แล้วล่ะก็ จะเคยได้ยินสิ่งที่นักรบฝ่ายวิญญาณกล่าวไว้ว่า ถ้าสังคมนั้นเสื่อมเสียไปในทางไหน แสดงว่าพระเจ้ามีน้ำพระทัยจะใช้สังคมนั้นในสิ่งที่ตรงกันข้าม … ครั้งหนึ่ง อยากจะขนานามประเทศนี้ว่า The land of IDOL ถ้าตรงกันข้าม ก็คือ The land of FAITH เพราะความเชื่อ คือสิ่งที่มั่นใจในสิ่งที่ไม่เห็นว่ามีอยู่จริง (Heb 11:1)

มาลองปรับเปลี่ยน Logic กันดูซักนิด ตามทฤษฎี Revival

… เมืองไทย มีศาลพระภูมิทุกหน้าบ้าน

… เมืองไทย มีพระเจ้ากันทุกบ้าน

… เมืองไทย มีศาลพระพรหมทุกหมู่บ้าน

… เมืองไทย มีไม้กางเขนทุกหมู่บ้าน

… คนไทย แก้บนด้วยการรำถวายและหัวหมู

… คนไทย เชื่อฟังพระเจ้า+มีเพลงนมัสการเยอะที่สุด
(1 Sam 15:22; Psa 50:14)

… คนไทย เป็นนักแสวงหาสิ่งเคารพบูชา

… คนไทย เป็นนักประกาศ ขยายแผ่นดินของพระเจ้า
(Mat 6:33)

… คนไทย ยกมือไหว้ทุกอย่าง ที่พิศดาร
เพียงเพราะคำว่า "ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่"

… คนไทย ยกมือสรรเสริญพระเจ้า
เพราะพระองค์ยิ่งใหญ่มากกกกกกกกก

เพื่อร่วมประเทศที่รัก เราอยากบอกว่าท่านเป็นนักนมัสการจริงๆ เพียงแต่ท่านยังนมัสการพระเจ้าผิดองค์ อำนาจที่ท่านหวาดกลัวและอยู่เบื้องหลังของรูปปั้นเหล่านั้น คือ มาร วิญญาณชั่วทั้งหลาย ที่คอยพยายามปิดตาท่านไม่ให้รู้จักพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่กว่า เพื่อจะทำให้ท่านจะได้ไปลงนรกกับพวกมันในวันสุดท้ายที่เราทุกคนจะปรากฎตัว ณ บัลลังก์การพิพากษา ถึงสิ่งที่กระทำไปเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ในโลก ฤทธิ์อำนาจของพวกมันมีก็จริง แต่พระเจ้า นาม "พระเยซู" มีฤทธิ์อำนาจมากกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้ และกระทำทุกสิ่งได้อย่างไม่มีขีดจำกัด พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าซึ่งสร้างฟ้าสวรรค์แผ่นดินโลก และยอมสละชีวิตเพื่อเป็นค่าไถ่แทนบาปซึ่งท่านสมควรจะได้รับ ที่ไม้กางเขนเมื่อเกือบ 2000 ปีที่แล้ว นี่เป็น ข่าวดี

 

"พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้ พระองค์มิจำต้องให้มือมนุษย์มาปรนนิบัติ ดังว่ามีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจ และสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติ สืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่ เพื่อเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะคลำหาให้พบพระองค์ ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย … เราก็ไม่ควรถือว่าพระเจ้าทรงเป็นทอง เงิน หรือหิน อันเป็นปฏิมากรสำเร็จด้วยศิลปะและความคิดของมนุษย์ ในเวลาเมื่อมนุษย์ยังไร้เดียงสา พระเจ้ามิได้ทรงถือโทษ แต่เดี๋ยวนี้ พระเจ้าได้ตรัสสั่งแก่มนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่ เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยมนุษย์ผู้นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้ และพระเจ้าได้ทรงโปรดให้คนทั้งปวงมีความแน่ใจในเรื่องนี้ โดยทรงให้มนุษย์ผู้นั้นคืนชีวิต" [Acts 17:24-31]

หลายคนอ้างว่าสิ่งที่สร้างขึ้นมาเป็นรูปปั้น ก็เพื่อสื่อแทนใจในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ความคิดนี้ พระเจ้าไม่ชอบเอาเสียเลย เพราะพระเจ้ายิ่งใหญ่มากๆ เกินกว่าจะให้มนุษย์ตีกรอบตามจินตนาการที่ถูกจำกัดแค่สมองของใครคนหนึ่ง เรามาลองดูกันว่าพระเจ้าคิดเรื่องนี้อย่างไร?

สิ่งที่พระเจ้าตรัสเกี่ยวกับรูปเคารพ [How God Say about the Idol?] 

"ใครเล่าแต่งพระหรือหล่อรูปเคารพซึ่งไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย ดูเถิด เพื่อนทั้งสิ้นของเขาจะต้องอับอาย และช่างฝีมือนั้นก็เป็นแต่มนุษย์ ให้เขาชุมนุมกันทั้งหมด ให้เขายืนขึ้น เขาจะสยดสยอง เขาจะรับความอับอายด้วยกัน ช่างเหล็กก็ทำงาน อยู่เหนือก้อนถ่าน ใช้เครื่องมือของเขา และทุบมันด้วยแขนที่แข็งแรงของเขา เออเขาหิวและกำลังของเขาอ่อนลง เขาไม่ได้ดื่มน้ำเลย และอ่อนเปลี้ย ช่างไม้ขึงเชือกวัด เขาเอาดินสอขีดไว้ เขาแต่งมันด้วยกบ และขีดไว้ด้วยวงเวียน เขาแต่งรูปนั้นให้เป็นรูปคนตามความงามของคนให้อยู่ในเรือน เขาตัดต้นสนสีดาร์ลง หรือเขาเลือกต้นสนฉัตร หรือต้นก่อและปล่อยให้มันงอกขึ้น อย่างแข็งแรงท่ามกลางต้นไม้ในป่า เขาปลูกต้นเทพทาโรและฝนก็เลี้ยงมัน แล้วมันก็กลายเป็นพืชของคน เขาเอามันมาส่วนหนึ่งและให้อบอุ่นตัวเขา เออ เขาก่อไฟและปิ้งขนมปัง และเขาเอามาทำพระองค์หนึ่งและนมัสการมันด้วย เออ เขาทำเป็นรูปแกะสลักและกราบรูปนั้น เขาเผาในกองไฟครึ่งหนึ่ง บนครึ่งนี้เขาได้กินเนื้อ เขาย่างเนื้อและกินอิ่ม และเขาอบอุ่นตัวของเขาด้วย แล้วว่า "เอ้อเฮอ ข้าอุ่นจัง ข้าเห็นไฟแล้ว" และที่เหลือนั้นเขาทำเป็นพระองค์หนึ่ง เป็นรูปเคารลามีวัตพของเขา และกราบลงนมัสการรูปนั้น และอธิษฐานต่อรูปนั้นและว่า "ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าของข้าพระองค์" เขาทั้งหลายไม่รู้ หรือเขาทั้งหลายไม่เข้าใจ เพราะตาของเขาถูกปิด เขาจึงเห็นอะไรไม่ได้ และจิตใจของเขาเล่าก็ถูกปิด เขาจึงเข้าใจไม่ได้ ไม่มีใครตรึกตรองเลย และไม่มีความรู้หรือมีการพินิจพิเคราะห์ ที่จะว่า ข้าเผามันเสียครึ่งหนึ่งในกองไฟ และข้าก็เอาถ่านมันมาปิ้งขนมปัง ข้าย่างเนื้อกินแล้ว และควรที่ข้าจะทำส่วนที่เหลือให้เป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังหรือ ควรข้าจะกราบลงต่อท่อนไม้ท่อนหนึ่งไหม?" [Isa 44:10-19]

"รูปเคารพของคนเหล่านั้นเป็นเงินและทองคำ เป็นหัตถกรรมของมนุษย์ รูปเหล่านั้นมีปาก แต่พูดไม่ได้ มีตา แต่ดูไม่ได้ มีหู แต่ฟังไม่ได้ยิน มีจมูก แต่ดมไม่ได้ มีมือ แต่คลำไม่ได้ มีเท้า แต่เดินไม่ได้ รูปเหล่านั้นทำเสียงในคอไม่ได้ ผู้ที่ทำรูปเหล่านั้นจะเป็นเหมือนรูปเหล่านั้น เออ บรรดาผู้ที่วางใจในรูปเหล่านั้น ก็เช่นกัน" [Psa 115:4-8] สิ่งต่างๆ ที่พระเจ้าสร้าง มันอยากจะสรรเสริญพระองค์ด้วยซ้ำ แต่ทว่ามนุษย์กลับบูชามันแทนพระเจ้า … หนังสือโรมบอกว่า สิ่งที่พระเจ้าสร้างสำแดงพระสิริของพระองค์ แต่สิ่งที่มนุษย์สร้างปิดบังสิ่งนั้น เพราะมนุษย์ … โง่กว่าพระเจ้า

ปกติทางเข้าหมู่บ้านสร้างไม่ค่อยดี เน้นความสวยงามแต่ไม่ปลอดภัย ต้นไม้จึงบังทางเลี้ยว และเกิดรถชนกันบ่อยครั้ง ทางหมู่บ้านจึงทำพิธีอันเชิญเทพเจ้าของเค้า(ผีของเรา)มาประจำที่หมู่บ้านตรงหน้าทางเข้า โดยเอาไอ้ทองเหลือง 4 หน้ามาตั้งตระการ ทำให้เสียบรรยากาศไปมากๆ เลย แทนที่จะเอาเสากับต้นไม้ออก เราก็นึกว่าจะสร้างเวทีอะไร สังหรณ์ใจแล้วเชียว ก็อธิษฐาน เพราะในหมู่บ้าน มีอยู่แล้ว 2 ตัว แต่มันขึ้นมาจนได้ วันแรกที่เปิดบริการ คนในหมู่บ้านขับรถสวยๆ งามๆ มาจอด แล้วเอาเครื่องบูชามากมาย มาบวงสรวง ไหว้เทิดทูนเหนือหัวกันยกใหญ่ ควันคลุ้งจนเกิดมลภาวะทั่วบริเวณ

เราจึงได้คำตอบที่เคยสงสัยว่า "ทำไมเวลามีแจกวัตถุมงคลที่เอาโคลนมาปั้นขึ้น คนจึงแห่ไปซื้อจนฆ่ากันตาย แต่เวลาที่เราประกาศพระเยซูที่ช่วยเขาได้จริงๆ และไม่เสียเงิน กลับกลัวและไม่กล้าฟัง แถมยังไล่ และบางคนก็ตัดเราออกจากสารบบเพื่อนไปเลย" … ก็เพราะคนไทยไหว้มันทุกวันในชีวิต แถมไม่ใช่เพียงรุ่นของเขา ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษก่อน ปู่ ย่า ตา ทวด ก็เปิดรับพวกมันเข้ามาในครอบครัว สะสมมานานจนหลายร้อยสมัย … ถ้าคริสเตียนไทยไม่ร่วมใจกันสารภาพบาป และอธิษฐานเผื่อประเทศไทย การฟื้นฟูจะไม่เกิดขึ้น เพราะคนไทยผูกพันกับวิญญาณชั่วมานานอย่างไม่รู้ตัว เมื่อประกาศข่าวประเสริฐ รากที่ฝังมาพวกนี้จะเป็นกำแพง ปิดตาใจของเขาไม่เห็นความสว่าง และเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา ประเทศเราจะมีซักกี่คนที่รอดจากบึงไฟนรก? 1 ในนั้น เป็นญาติสนิทมิตรสหายของเราด้วยมั๊ย???

ขอให้พวกเรา คริสเตียนไทยทุกคน มาร่วมอธิษฐาน เพื่อปลดปล่อยผู้คนจากคำแช่งสาป การกดขี่ข่มเหงของมารร้าย และเฉลิมฉลองอิสรภาพจากการถูกจองจำ ในนามแห่งพระเยซูคริสต์กันมากขึ้น ดังที่ ดาเนียล, เนหะมีย์, เอสรา, ฯลฯ ได้ทำสำเร็จมาแล้ว

"เราก็แสวงหาสักคนหนึ่งในพวกเขาซึ่งจะสร้าง กำแพงและยืนอยู่ในช่องโหว่ต่อหน้าเราเพื่อแผ่นดินนั้น เพื่อเราจะมิได้ทำลายมันเสีย แต่ก็หาไม่ได้สักคนเดียว" [Eze 22:30]


One response to “Thailand – The Land of Worship

  1. Mint says:

    เพิ่งได้มีโอกาสเข้ามาอ่านบล็อคของป๊อป ได้รับการหนุนใจมาก ทำให้อยากจะเริ่มต้นใหม่กับพระเจ้าอีกครั้ง แล้วจะแวะเข้ามาเยี่ยมอีก ขอพระเจ้าเสริมกำลังนะ
     
    มิ้นท์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: