Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

Experience with Fire – ประสบการณ์แห่งเตาไฟ

on March 31, 2007

เคยเดินทางไปที่กลุ่มสตรีทำเครื่องเบญจรงค์ ตำบลบางโทรัด สมุทรสาคร ซึ่งมีชื่อเสียงในการทำเครื่อง เบญจรงค์ของกลุ่ม OTOP พบว่าสินค้าแต่ละชิ้นนั้น กว่าจะสวยงามได้ ไม่ใช่เพียงแต่วาดลวดลายก็เสร็จ แต่ต้องนำ ภาชนะนั้นๆ เขาเตาเผาด้วยความร้อนอุณภูมิสูง เพื่อให้ลวดลายบนเครื่องใช้ชิ้นนั้น ทนทาน และสีสันก็คงอยู่อย่างสวยงาม

ชีวิตฝ่ายวิญญาณก็เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องมีกระบวนการที่ทำให้เราสวยงาม และทนทานมากยิ่งขึ้น … ตอนแรกเราไม่มีอะไรเลย เป็นแค่โคลนตมที่พระเจ้าจับขึ้นมาปั้น แต่แล้ววันนึง พระเจ้าเริ่มแต่งแต้มสีสันให้สวยงาม  แต่ก็ยังไม่ทนทานเท่าไหร่ สีที่แต่งแต้ม ไว้ อาจจะหลุดออกเมื่อไหร่ก็ได้ จนกว่าเครื่องใช้เหล่านั้นได้ผ่านกระบวนการเผาในเตาไฟที่ร้อนแรงแล้ว มันจะแกร่งมากยิ่งขึ้น สีสันที่แต้มๆ ไว้ จะไม่หลุดออกไปได้ง่ายๆ … การดำเนินชีวิตของคนเรา จึงมีบางช่วงที่เหมือนกับว่าเราอยู่ในเตาเผา ถูกจัดให้เจอแต่สถานการณ์ที่ยากลำบากสุดๆ แต่ถ้าเราผ่านมันออกมาได้แล้วล่ะก็ มันคุ้มค่ามาก เพราะถ้าเราเคยผ่านเรื่องหินๆ มาแล้ว ถ้ามีอะไรมารุมเร้าเข้ามา ก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย

"เพราะว่าผู้ใดจะวางรากอื่นอีกไม่ได้แล้ว นอกจากที่วางไว้แล้วคือพระเยซูคริสต์ บนรากนั้นถ้าผู้ใดจะก่อขึ้นด้วย ทองคำ เงิน เพชรพลอย ไม้ หญ้าแห้งหรือฟาง การงานของแต่ละคนก็จะได้ปรากฏให้เห็น เพราะวันเวลาจะให้เห็นได้ ชัดเจน เพราะว่าจะเห็นชัดได้ด้วยไฟ ไฟนั้นจะพิสูจน์ให้เห็นการงานของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร" 1 Cor 3:11-13

ไฟ คือ อะไร ไฟคือสิ่งที่เข้ามาพิสูจน์ชีวิตฝ่ายวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรค ปัญหา ความยุ่งยากต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะชี้ให้เห็นว่าชีวิตคริสเตียนของเรามั่นคงกับพระเจ้ามากน้อยแค่ไหน …
เราชื่นชมยินดีในพระเจ้าได้เฉพาะตอนที่พระเจ้าอวยพรเราหรือ?
หรือเรายังสามารถสรรเสริญพระเจ้าได้ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเสียเหลือเกิน?
ตาของเราจับจ้องอยู่แต่ที่ปัญหา หรือว่าความเชื่อของเราอยู่ในพระสัญญาของพระเจ้า?
เมื่อสิ่งเหล่านี้เข้ามาในชีวิต จะทำให้เห็นรากฐานของเราว่าอยู่บนพระเยซูหรือไม่ เราก่อชีวิตด้วยอะไร ไม้ หญ้าแห้ง ฟาง? เราไปโบสถ์เพราะเราได้เล่นดนตรีหรือ? เรารับใช้พระเจ้าเพราะทำให้เรามีเงินเดือนหรือ? เราอ่านพระคำเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้นหรือ? … ถ้าทั้งหมดที่เราก่อ มันไม่แกร่งอย่าง ทองคำ เงิน เพชรพลอยล่ะก็ สิ่งเหล่านั้นจะถูกเผาไหม้ สลายไปด้วยไฟทั้งหมด แต่ถ้ารากฐานอยู่ในพระเยซูจริงๆ แล้ว จะไม่มีสิ่งใดทำให้เราหวั่นไหวได้เลย!

เมื่อตอนที่โยบถูกทดสอบนั้น โยบอดทนต่อคำพูดของเพื่อนทั้งหลายที่มากล่าวโทษ โดยพูดว่า  … "ด้วยว่าพระองค์ทรงทราบทางที่ข้าไป เมื่อพระองค์ทรงทดสอบข้าแล้ว ข้าก็จะเป็นอย่างทองคำ" ใช่แล้ว … พระคัมภีร์บอกว่า "พระเจ้าทรงอำนวยพระพรชีวิตบั้นปลายของโยบมาก ยิ่งกว่าบั้นต้นของท่าน" หลังการทดสอบนั้น พระเจ้ามีพระพรยิ่งใหญ่เสมอ

ชัดรัค เมชาคและเอเบดเนโก ได้ผ่านการทดสอบด้วยไฟอันน่าตื่นเต้นที่สุดในพระคัมภีร์ บททดสอบของเขาเกิดขึ้นในหนังสือ ดาเนียล 3 "กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ได้สร้างปฏิมากรรูปหนึ่งด้วยทองคำ … ผู้ใดที่มิได้กราบลงนมัสการ ก็ให้โยนผู้นั้นทันทีเข้าไปในเตาที่ไฟลุกอยู่" การทดสอบครั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเป็นความตายของชีวิตเลยทีเดียว เขาทั้ง 3 อาจจะแกล้งทำทีเป็นก้มหัวให้รูปเคารพเพื่อเอาชีวิตตัวเองรอดก็ได้ แต่ทั้ง 3 คนหาทำสิ่งที่ขัดกับน้ำพระทัยพระเจ้าไม่ กลับพูดว่า "ถ้าพระเจ้าของพวกข้าพระบาทผู้ซึ่งพวกข้าพระบาท ปรนนิบัติ พอพระทัย  จะช่วยกู้พวกข้าพระบาท ให้พ้นจากเตาที่ไฟลุกอยู่ ข้าแต่พระราชา พระองค์ก็จะทรงช่วยกู้พวกข้าพระบาท ให้พ้นพระหัตถ์ของฝ่าพระบาท ถึงแม้ไม่เป็นเช่นนั้น ข้าแต่พระราชา ขอฝ่าพระบาททรงทราบว่าพวกข้าพระบาทก็ไม่ปรนนิบัติ พระของฝ่าพระบาท หรือนมัสการปฏิมากรทองคำซึ่งฝ่าพระบาทได้ทรงตั้งขึ้น" เวลาเส้นยาแดงผ่าแปด ถึงกับต้องถูกโยนในเตาไฟที่ร้อนจัด พวกเขาก็ยังมีความเชื่อในพระเจ้า โดยไม่หวั่นวิตกใดๆ หรือก้มหัวให้รูปเคารพที่พูดไม่ได้ กินไม่เป็นแม้แต่น้อย (ขอแนะนำพี่น้องคริสเตียนใหม่ในที่นี้ด้วย เราไม่เห็นด้วยกับการแนะนำให้ก้มหัวไหว้ๆ รูปเคารพไป แม้ในใจไม่ศรัทธา เมื่อร่วมพิธีกับญาติที่ยังไม่ได้เชื่อ หลักการพระคัมภีร์มีให้อยู่แล้ว)

กษัตริย์เนบูคัดเนซาร์กริ้วจัด สั่งให้เพิ่มความร้อนในเตา 7 เท่าจนเปลวไฟฆ่าคนที่โยนพวกเขาไหม้หมด แต่น่าแปลก แทนที่พวกเขาจะถูกไฟเผาไหม้หมด พระเยซูคริสต์กลับเสด็จมาอยู่กับพวกเขาในเตานั้นด้วย (Dal 3:25) … พระเจ้าให้เกียรติคนที่มีความเชื่อและยำเกรงพระองค์เสมอ เพราะการมีความเชื่อเป็นการยอมรับและให้เกียรติความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

เมื่อคุณอยู่ในเตาไฟ มันเป็นช่วงเวลาที่คุณได้ใกล้ชิดกับพระคริสต์มากที่สุด คุณจะอยู่ในพระสิริของพระเยซู ที่งดงามราวกับเทพบุตรดังที่เนบูคัดเนสซาร์กล่าวไว้ "่เราเห็นสี่คนปล่อยหลุด กำลังเดินอยู่กลางไฟ และเขาทั้งหลายก็ไม่เป็นอันตราย รูปร่างของคนที่สี่นั้นคล้ายคลึงกับองค์เทพบุตร"  พระสิริองค์พระเยซูโดดเด่นยิ่งกว่ารัศมีของเปลวไฟ … ในความอ่อนแอจนตรอกของเรา เราจะเห็นการช่วยกู้อันยิ่งใหญ่ซึ่งมาจากพระเจ้า

"ไม่มีการทดลองใดๆ เกิดขึ้นกับท่าน นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อท่านถูกทดลองนั้น พระองค์จะทรง โปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้" 1 Cor 10:13

หลังจากที่ ชัดรัค เมชาคและเอเบดเนโก เดินออกมาจากเตาไฟอันร้อนแรง เขาทั้งสามได้รับสง่าราศีมากขึ้นยิ่งกว่าก่อน ไม่ว่าจะเป็นคำสรรเสริญ ชื่อเสียง กิตติศัพท์ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ทรัพย์สินเงินทอง ฯลฯ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่เคยอยู่ฝ่ายมาร ก็กลับมาถวายเกียรติยอมรับพระเจ้าผู้ทรงใหญ่ยิ่ง ผู้ทรงช่วยกู้องค์นี้อีกด้วย

"สาธุการแด่พระเจ้า (ยกย่องพระเจ้า) ของชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก ผู้ได้ส่งทูตสวรรค์ของพระองค์มาช่วยกู้ผู้รับใช้ของพระองค์ ผู้ที่วางใจในพระองค์ กระทำให้พระบัญชาของพระราชาเหลวไป และยอมพลีร่างกายของเขาเสียดีกว่า ที่จะปรนนิบัติและนมัสการพระอื่น นอกจากพระเจ้าของเขาเอง (ยกย่องผู้ผ่านการทดสอบ) เพราะฉะนั้นเราจึงออกกฤษฎีกาว่า ชนชาติ ประชาชาติ หรือภาษาใดๆที่กล่าวมิดีมิร้ายต่อพระเจ้าของชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก แขนขาต้องถูกทึ้งออกเสีย และบ้านเรือนของเขาจะต้องถูกทำลาย เพราะว่าไม่มีพระองค์อื่นที่จะสามารถช่วยกู้ในทางนี้ได้" แล้วพระราชาได้ทรงเลื่อนยศให้ชัดรัค เมชาค และเอเบดเนโก สูงขึ้นอีกในเมืองบาบิโลน (พระพรที่เหนือคาด)"

ย้าฮู้ ….. นอกจากตอนอยู่ในเตาไฟได้พบพระเยซูแล้วนะ ออกมายังได้พระพรไม่อั้นอีกมากมายยยย อย่ากลัวค่ะ อย่ากลัวปัญหา พูดเหมือนคาเลบสิคะ "อย่ากลัวชาวแผ่นดินนั้น เพราะเขาทั้งหลายเป็นขนมของเราแล้ว … พระเจ้าสถิตฝ่ายเรา อย่ากลัวเขาเลย" ความเชื่อในพระเจ้าคือกุญแจแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ … และพระเจ้าสนใจความเชื่อเสมอ

"ถ้าท่านมีความเชื่อเท่าเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่ง…สิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งท่านทำไม่ได้ จะไม่มีเลย" (Mat 17:20)


P.S. // บางครั้งคนเราอาจมีคำถามด้วยว่า ทำไมต้องเจอเรื่อง(ซวยๆ)อย่างนี้ แหะๆ มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก มาลองคิดถึง Hymn เพลงชีวิตคริสเตียนนี้ดูนะคะ เดี๊ยนชอบมาก…อิอิ

I suffered much for thee, more than thy tongue can tell,
Of bitterest agony, to rescue thee from hell.
I’ve borne, I’ve borne it all for thee, what hast thou borne for Me?
I’ve borne, I’ve borne it all for thee, what hast thou borne for Me?

เราสู้ทนทุกข์แรงร้าย เหลือที่จะพรรณนา
ทนความราวีจนตาย ให้ท่านรอดภัยนานา
เพื่อท่าน เราทน ความอายเหลือกล่าว ท่านทนอะไรเพื่อเรา?
เพื่อท่าน เราทน ความอายเหลือกล่าว ท่านทนอะไรเพื่อเรา?

ทุกสิ่งที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้น คือกางเขนที่นำมาถึงเรา ให้เรารู้จักแบกและเรียนรู้อย่างพระเยซู ถ้าเราไม่ตอบโต้การเข้าใจผิด ไม่ต่อสู้เพื่อตัวเอง เราก็เริ่มแบกกางเขนแล้วแหละ พระองค์ทนเพื่อเราได้มากมาย แต่ทำไมน้อ … หลายครั้งเราทนเพื่อพระองค์ไม่ได้เลย???!!!


2 responses to “Experience with Fire – ประสบการณ์แห่งเตาไฟ

  1. Popsy says:

    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหมือนจะเขียนง่าย เพราะประสบการณ์ตรงมากมาย แต่เว้นช่วงนานที่สุด เขียนเรื่องนี้ค้างไว้เป็น draft ใน space นี้นานแล้ว ไม่ได้ publish ขึ้นมาให้อ่าน จนกระทั่งฟังเทศน์ นมัสการ รอบเดือนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ อะไรๆ ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไปหมด เลยต้องเข็นออกมาให้เสร็จกับเค้าบ้าง … ช่วงนี้นมัสการก็มีแต่ "เมื่อพายุพัดมาและฟ้าคำราม…" (When the oceans rise & thunders roar…) จนไม่รู้จะพัดอะไรกันบ่อยๆ เหอะๆ แถม 4 อาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีคำเทศนาแต่เรื่องฝ่าปัญหา ฝ่าวิกฤต ฝ่าลมพายุ ฝ่าไฟแดง!!! และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาทิตย์ล่าสุด เหมือนกันเต็มๆ … เป็นนัยว่าพระเจ้าอยากให้เข็นเรื่องนี้ออกมาหนุนใจพี่น้องให้เสร็จสรรพ
     
    ก็ขอบคุณพระเจ้า ในขณะที่ตอนนี้ตัวเองเหมือนมืด 8 ด้าน แต่ยังหายใจอยู่เพราะมีหวังในพระองค์ "I shall not die, but live, and declare the works of the LORD." Psa 118:17 ประมาณว่าฉันจะไม่ยอมตายตอนนี้ เพราะฉันหวงพระพรที่กำลังรอรับ ฮ่าๆๆๆๆๆ (เพียงแต่เสียงมารและเสียงคนกล่าวโทษกันเยอะไปหน่อย ต้องสู้สุดฤทธิ์) เดี๋ยววันหน้ามาต่อกันเรื่อง "Berachah" ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขียนวันนี้
     
    ขอพระเจ้าอวยพรให้เราฝ่าเตาไฟ ไปจนถึง เบราคาห์ ได้ทุกคนนะคะ พระเจ้าอยู่กับทุกคนค่ะ

  2. ampoth says:

    สวัสดีครับ คุณป๊อป
    ผม Ad ชื่อคุณใน Google Talk แล้วครับ แต่ยังใช้ไม่เป็นเท่าไหร่ ^^
    ผมใช้ Internet จากที่ทำงาน ตั้งแต่ 9.00 – 18.00
    ถ้ามีเวลาคงได้คุยกันนะครับ
     
    เป็นบทความ+ข้อคิดที่ดีและหนุนใจมากเลยครับ
    ตอนนี้คุณป๊อปเองก็คงต้อง
     
    Find rest my soul 
    In Christ aloneKnow his power 
    In quietness and trust
     
    ขอพระเจ้าเสริมกำลัง และให้ความหวังใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
    ขอพระเจ้าแห่งความชูใจของเรา ชูใจคุณป๊อปด้วยครับ
    ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน
     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: