Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

The One Who Makes Me Happy … เออ มันแฮปปี้สุดๆ

on March 13, 2007

หนึ่งวันในพระนิเวศน์ของพระเจ้า ดีกว่าพันวันในที่อื่นจริงๆ

ไม่เคยคิดเสียดายเวลาที่ทิ้งภาระทุกสิ่ง เพื่อจะได้พบพระองค์เลย

สิ่งที่ค้นพบ ว่าคือสุดยอดในชีวิต ที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีความสุขที่สุดในชีวิตก็คือตอน "นมัสการ" อย่างที่เคยเขียนไปใน Blog นี้เมื่อปีที่แล้ว ยังจำได้ดี แม้จะอยู่บนพายุ แต่ถ้าเรายังสรรเสริญพระเจ้าอยู่ เราก็มีความสุขได้ ตอนนั้นเขียนว่า ขณะที่โศกเศร้ากับชีวิต พอร้องเพลงนมัสการ กลับกลายเป็นว่า เดินร้องไห้ไปออฟฟิศเนื่องจากสันติสุขของพระเจ้าเทลงมามากมาย มันเหมือนกับภาพนี้เลยอ่ะค่ะ

 
 
สองวันล่าสุดที่ได้อยู่ในพระนิเวศน์พระเจ้า อันเต็มไปด้วยการทรงสถิตของพระองค์ มีเรื่องน่าประทับใจ ดังนี้ …
 

 
Diary – Mar 9th, 2007 : วันนี้ หลังจากเสร็จธุระทางการงาน ก็ไปเยี่ยมพี่สาวเพิ่งคลอดลูกแฝด she ประสบความสำเร็จในแง่การงานเป็นอย่างมาก แต่ทว่า คนที่มาเยี่ยมเธอ กลับเข้ามาพูดถึงแต่เรื่องเงินล้าน กำไร ลูกค้า พนักงาน ฯลฯ แล้วก็เอาของมาให้ แต่ไม่ได้แวะไปดูหน้าเด็กน้อยเลยซักนิด นี่แหละ มีเงินไม่ได้มีความสุขเสมอไปหรอก สู้นมัสการไม่ได้ อุวะ ฮ่ะๆๆๆๆๆ … ต่อจากนั้นก็ไปโบสถ์ตามเคย (ก่อนหน้านี้อธิษฐานเรื่องการซื้อคอมฯ เป็นอย่างมาก แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่อยากรู้น้ำพระทัยพระเจ้าจริงๆ จนวันอังคารที่ผ่านมา ซาฟัสไปเดินพันธุ์ทิพย์เป็นเพื่อน กำลังจะซื้อละ พี่สาวอีกคนดันโทรมาไม่ยอม จะขอรูดบัตรสะสมแต้ม  เลยกะว่าจะซื้อวันเสาร์ แต่กลับบ้านไป มีเหตุการณ์บางอย่างทำให้รู้ว่าพระเจ้ายังไม่ให้ซื้อ) … มาวันศุกร์ เปลี่ยนใจว่าวันเสาร์จะไปซื้ออีกแล้ว คิดว่าจำเป็นต้องใช้จริงๆ พระเจ้าก็เลยนำคนเข้ามาในเหตุการณ์เพื่อเล่าประสบการณ์ชีวิตให้เราสำนึกโดยคนเล่าเองก็ไม่รู้ตัว (ตอนนั้นก็ไม่รู้ตัวว่านี่เป็นมาจากพระเจ้า)
 
หลังจากลูกไม่ค่อยกตัญญูคนนึง ยืมเงินแม่ใช้บ่อยๆ แม้ใช้คืนจนหมดแล้ว แต่ส่วนที่แบ่งให้แม่ใช้ ก็ชอบให้ทีเป็นก้อนๆ ไม่ชอบให้สม่ำเสมอ และพอจะซื้อคอมฯ เสปคแรงๆ กลับไม่คิดถึงแม่เล้ยย คิดแต่ว่าฉันจำเป็นมาก จะยืมตังค์แม่มาเพิ่มเสปคด้วยซ้ำ … วันนี้ขณะนั่งรอชั่วโมงอธิษฐานไปพลาง มีแม่เพื่อนท่านนึง เข้ามาถามว่าให้ตังค์แม่ใช้บ้างรึเปล่า แล้วก็เล่าถึงลูกเค้าว่าแสนดี ให้ตังค์แม่ใช้เดือนเกือบแสน ซื้อบ้านผ่อนบ้านให้ ไอ้เราก็คิดในใจว่าแม่ฉันไม่ใช่พวกชอบเอาลูกมาหากินนะเฟ้ย ที่โดนบังคับให้แต่งงานเพื่อหวังเงินมาเลี้ยงดูแม่ เตรียมยกข้อพระคัมภีร์ที่นอกจาก 2 Cor 12:14 ที่ยกไปแล้ว มาฟาดฟันเพิ่มเต็มที่ คิดคำพูดเจ๋งๆ ไว้แล้วด้วย จะจวกให้เละๆเนียนๆ ได้แสบยังไงบ้าง ….. แต่แล้วกลับกลายเป็นว่านี่คือเวลาที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานในหัวใจ อยู่ดีๆ ก็ "ทึ่มในการชั่ว" ที่คิดไว้นึกไม่ออกแล้วจริงๆ ว่าจะสวนว่ายังไง ลืมสนิท
 
เพราะคุณแม่เพื่อนท่านนี้เล่าชีวิตแสนเข็ญของท่านสมัยยังสาว และพูดถึงความกตัญญูที่เธอมีต่อแม่ของเธอ ทุกบาททุกสตางค์ เธอไม่เคยหวงแหน แม้จะไม่มีตังค์ใช้แล้ว ยังไงแต่ละเดือนก็ต้องหามาให้แม่ และเมื่อหามาได้ คุณแม่ต้องมีส่วนในนั้นเสมอ เพราะแม่คือส่วนหนึ่งของชีวิต … นี่คือสิ่งที่เราให้ความสำคัญน้อยลงไปกว่าก่อนมาก เนื่องจากรบเร้าพระเจ้าทุกคืนวันว่าอยากรับใช้พระเจ้าอย่างโน้น อย่างนี้ พระเจ้าช้าจริงๆ (แต่วันหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว พระเจ้าตอบใน 1 Tim 5:4 ว่า "ให้ตอบแทนคุณบิดามารดา เพราะว่าการกระทำเช่นนี้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า" พระองค์บอกว่า พระองค์เป็น เยโฮวาห์ยิเรห์ "เราเคยจัดเตรียมชีวิตของเจ้าทึ่น่าทึ่งมาแล้วอย่างไร เรายังเป็นพระเจ้าองค์เดิม … เจ้าจงเชื่อเถิดว่าเราจัดเตรียมชีวิตเจ้าดีกว่าที่เจ้าเคยเป็นมาเสียอีก") น้ำตาแทบจะไหลเมื่อย้อนคิดชีวิตตัวเอง ไม่คิดบ้างหรือว่าพอได้เงินมา ก็ควรจัดสรรให้ผู้มีพระคุณก่อนคิดเรื่องความจำเป็นของตัวเอง เรามองข้ามคุณแม่ผู้แสนดีไปได้อย่างไรหนอ???
 
คุณแม่เพื่อนคนนี้พูดต่อไปว่า "คนเราจะรู้ซึ้งความรักมากๆ ก็ตอนที่ยากจนข้นแค้นที่สุด" เธอบอกว่าน้องสาวของเธอรักกันมาก เพราะตกทุกข์ได้ยาก ก็ช่วยเหลือกันมาโดยตลอด … อึ้งพระเจ้า คนๆ เดียวพูดออกมาโดน 2 เด้ง เพราะพี่สาวคนที่เคยช่วยออกค่าใช้จ่ายเราตอนอยู่มหาลัย กำลังจะต้องใช้เงินหลายแสนซ่อมบ้าน แถมพระคัมภีร์ต่อจากข้อเมื่อกี๊มีว่า "ถ้าแม้ผู้ใดไม่เลี้ยงดูวงศ์ญาติของตน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในบ้านเรือนของตน ผู้นั้นก็…ชั่วยิ่งกว่าคนที่ไม่ได้เชื่อเสียอีก" คุณแม่เพื่อน บอกก่อนจบว่า "คนเรามีมากมีน้อยก็ต้องให้แม่ แม่เขาเลี้ยงดูเรามา เคยเห็นคนที่อ้างว่ามีน้อย มีมากที่ให้แม่ไม่ได้ ไม่มีใครเจริญซักคน" จ๊ากกกกก หนูก็ว่างั้นแหละค่ะ เหมือนกับกรณีเงินถวายสิบลดเลย สมัยทำงานใหม่ๆ เงินเดือนยังน้อย ต้องซื้อของจำเป็น และผัดผ่อนเงินสิบลดรอสมทบเดือนต่อไปพร้อมกันทีเดียว จะใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบากมากกว่าจะมีถวายจริง กระทั่งเราจะยอมตัดใจให้พระเจ้าก่อน ถึงเริ่มประทังชีวิตได้  ตอนนี้อาจไม่ได้ยากจนที่สุด (เพราะเคยมาแล้ว) ถึงมีไม่มาก แต่ก็ให้แม่ไปก่อน ดีกว่าตอนไม่มีเลยก็จะอ้างอีก จนไม่มีให้อยู่นั่นแหละ ไม่งั้นเดี๋ยวเข้ากรณีเดียวกะสิบลดเมื่อหลายปีก่อน เข็ดแล้นนน … วันก่อนก็ว่าจะไม่ซื้อๆ ไม่ใช่น้ำพระทัยพระเจ้า แต่ความจำเป็นต้องใช้คอมฯ ใหม่มาขวางลำ พระเจ้าเลยต้องส่งทีเด็ดมาให้โดนเต็ม วันนี้ลูกยอมจำนนจริงๆ มองแต่ตัวเองมาแสนนาน เลยได้ยินพระเจ้าไม่ชัดเจน ขอบคุณพระองค์ที่เปิดหูลูกอีกครั้งหนึ่ง
 
พระพรไม่ได้หมดแค่นี้ … ความรักใน 1 Cor 13 นั้นที่บอกว่า พระเจ้าเชื่อในส่วนดีของมนุษย์อยู่เสมอ … เคยสงสัยเหมือนกัน ว่ามนุษย์อย่างเราๆ มันมีดีให้พระเจ้าหวังตรงนั้นได้ขนาดนั้นเลยหรอ ยิ่งเข้าใกล้พระเจ้า เราก็ยิ่งพบว่าเราสุดจะบกพร่อง แต่จากเหตุการณ์นี้ เชื่อว่าคุณแม่เพื่อนคนนั้นไม่ได้พูดด้วยความอวดความดีที่กตัญญูของเธอเลยแม้แต่น้อย แต่พูดในสิ่งที่เธอเชื่ออย่างซื่อๆ ตรงๆ และเชื่อว่าความกตัญญูที่เธอยึดถือ ก็เป็นส่วนดีหนึ่งที่ฝังแน่นอยู่ จนทำให้พระเจ้าเมตตาเธอมารู้จักกับความรักของพระองค์ด้วยแน่ๆ (ท่านนี้เคยเป็นคนที่จะฆ่าสามีตัวเองเพราะโทสะ แต่เมื่อมาเชื่อพระเจ้าแล้วก็เปลี่ยนเป็นคนละคน) ขอบคุณพระเจ้า … เคยมีน้องคนหนึ่งบอกว่า "ผมมันโง่ ไม่รู้หรอกว่าพระเจ้าจะใช้ใครมาพูดด้วยให้ได้ยินเสียงพระองค์ ผมรู้แต่ผมมีพระคัมภีร์ ผมจะฟังเสียงพระเจ้าจากพระคัมภีร์อย่างเดียว" เห็นด้วยมากๆ ที่เราจะรับถ้อยคำจากพระเจ้าอย่างปลอดภัยที่สุดใน Holy Bible แต่อย่าลืมว่าพระเยซูให้ความสำคัญกับพระกายของพระองค์มาก ขณะเดียวกัน เราต้องเอาใจใส่พี่น้องของเราเช่นกัน ตัวอย่างเช่น พระเยซูไม่ได้รักษาตาของอาจารย์เปาโลตรงๆ แต่ใช้ให้อานาเนียมาวางมือบนตาเปาโล … พระเยซูให้ท่านเห็นความสำคัญของพระกายตั้งแต่วันแรกที่รู้จักพระองค์ คริสตจักร คือ พี่น้องร่วมความเชื่อนั้น (ไม่ใช่ตัวอาคาร) จึงสำคัญมากๆ พอกับพระเจ้าเลย
 
วันนี้เดินผ่านบ้านหลังหนึ่งที่เป็นตำหนักหลวงปู่เข้าทรง ไม่รู้นึกไงอยากร้องเพลง "พระเยซูชนะ" โดยเฉพาะท่อน ฮาเลลูยา ปรากฎว่าบรรยากาศการนมัสการวันนี้ เป็นแนววี้ดหวิ้ว รู้สึกอยากพูดคำนั้นมาก "สมควรสรรเสริญ สมควรชูเชิด …" อยากลิงโลด และอารมณ์คึกคักข้างในตลอดเวลา รู้สึกถึงชัยชนะร่วมกับพระเจ้าแล้วจริงๆ ออกจากห้องประชุมด้วยรู้สึกว่าแฮปปี้มากๆ ไม่คิดว่าถึงบ้านจะเจอสิ่งไม่คาดฝันยิ่งกว่านี้
 
ตอนที่ล้างหน้าอยู่ตรงกระจก เหมือนกับพระเจ้าส่องแสงเปิดเผยอะไรบางอย่าง จนแทบมีชีวิตอยู่อีกไม่ได้ มันคือพระคุณพระเจ้า ที่พระองค์สำแดงในวันนี้ และเปิดทางถึงอนาคต พระเจ้าให้เราเลือกทำตามน้ำพระทัยที่ดีเลิศ เพื่อจะอวยพระพรเรามากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ และมากกว่านั้นอีกวิ่งอัดเข้ามาให้รู้ ที่มันอยู่ข้างใน ไม่สามารถบรรยายออกมาด้วยคำพูดได้ รู้แต่มีอะไรที่เราไม่ได้รับมาจากพระเจ้าบ้างล่ะ มีอะไรที่เรามีอวดพระเจ้าได้บ้าง ไม่มีเลย ถ้าไม่มีพระองค์แล้ว เรามันก็ยังเป็นไอ้กร๊วกคนนึง แต่พระเจ้ากลับประเสริฐ ดีเลิศต่อเราทุกเวลา โดยที่เราไม่ต้องเอาอะไรมาแลกเลย … อธิษฐานมากไม่ได้แล้ว หมดแรงจะหลั่งน้ำตาเสียแล้ว ว่าอินนนนกับเพลง "When I Look into Your Holiness" สุดๆ แล้วนะ แต่ไม่คิดว่าก่อนหน้านี้จะมีวันใดร้องเพลงนี้อย่างมีความหมายเท่าวันนี้อีกแล้ว
 
When I look into Your holiness
เมื่อมองดูความบริสุทธิ์ของพระองค์
When I gaze into Your loveliness
เมื่อเพ่งดูความรักมั่นคงของพระองค์
When all things that surround become shadows in the light of You
ทุกสิ่งในชีวิตของข้า ด้อยคุณค่า เมื่อเทียบกับพระองค์

When I’ve found the joy of reaching Your heart
เมื่อทำตามน้ำพระทัยของพระองค์
When my will become enthroned in Your love
เมื่อเทิดทูนความรักมั่นคงของพระองค์
When all things that suround become shadows in the light of You
ทุกสิ่งในชีวิตของข้า ด้อยคุณค่า เมื่อเทียบกับพระองค์

I worship You … I worship You
ข้าจึงสรรเสริญ … ข้าจึงสรรเสริญ
The reason I live is to worship You
ชีวิตข้า อยู่เพื่อ อยู่เพื่อ สรรเสริญพระองค์

ทุกครั้งที่เราเห็นความบกพร่องของเรา ก็นั่นแหละ …
เหตุผลที่เรามีชีวิตอยู่ คือเพื่อสรรเสริญพระองค์ผู้เพอร์เฟค
 When we meet him at the throne of mercy … we’re unworthy in most holy place

 

 
Diary – Mar 11th, 2007 : อีกวันในพระนิเวศน์ของพระเจ้า แฮปปี้มากๆ เมื่อสิ่งที่ถามพระเจ้าไว้เมื่อวานแบบคาดคั้น ดื้อรั้นของเรา พระองค์แพลมๆ คำตอบผ่านมาทางการสรุปคำเทศนาของศบ. เลิกประชุม คุณแม่ฟัสมาโปรโมทงาน Revival ของหมอวรุณใหญ่เลย น้องฮาโรไปมา หัวเราะคิกคักตลอด อืมม … หมอวรุณมาทีไร ชนกับงานสำคัญอื่นๆ ทุกครั้งเลย เอาไงดี อยากไปเหมือนกันนะ ขอพระเจ้าทรงนำวันนี้ที่วงพระพรจะมาโบสถ์เราดีก่า ควรจะอยู่ดีมั๊ย ถ้าได้การเจิมแรงๆ มันก็คุ้มทีจะละอีกอันไปนะ แต่เรายังจำได้ดี ถึงครั้งที่เคยไปร่วม Revival Meeting สมัยเมื่อยังทำงานที่ Keen ตอนนั้นชอบคำเทศนาเรื่องไฟ เรื่องพระวิญญาณ เรื่องการเจิม ฯลฯ มากๆๆๆๆ แต่ตอนคุณหมอวรุณจะมาวางมือ บอกพระเจ้าเลยว่ายอม ลูกจะไม่ฝืนเพื่อไม่ให้ล้มเด็ดขาด สุดท้ายล้มลงไปจริงๆ แต่ไม่ใช่เพราะพระวิญญาณ แต่ใครไม่รู้มาจับเอวเราให้เอนลงไปแล้ว พอลงเลยรีบลุกขึ้น ไม่อยากเฟคอ่ะ เลยไม่เคยล้มกะเค้าซักที

ตอนกลางวันไม่กินก๋วยเตี๋ยวป้าเนียนแล้ว ออกไปซื้อส้มตำกะเคกะเป้ดีกว่า แต่รอนานมาก จนกลับมาคนอื่นกินข้าวเสร็จหมดแล้ว วันนี้น้องบี๋รับบัพติศมา แต่ทุกคนมาอ้อยอิ่งในห้องประจำกลุ่ม ปาร์ตี้อาหารอีสานกันไป คนที่นมัสการก็ยังนมัสการได้ ทั้งที่กลิ่นปลาร้าคลุ้งไปทั่วห้อง แต่ดีใจ เห็นฮาโรจกข้าวเหนียวอย่างกันเองมาก ไม่เคยเห็นมาก่อน เอนจอยอาหารประจำชาติจริงๆ กลุ่มนี้ไม่ไล่ ไม่เลิกทุกครั้งเลย จนต้องเก็บก่อนและบอกว่าน้องบี๋จะเป็นพยานแล้ว จึงเริ่มสลายตัว แต่ก็ขึ้นไปฟังน้องบี๋ไม่ทันซักคน แม้แต่ถ่ายวิดีโอตอนจุ่มลงไปยังไม่ทันเลย ทุกอย่างไวมากๆ … อ้อ มีเพื่อนใหม่มาจากกาน่า ถูกชะตากะซาฟัส ชวนไปประเทศใหญ่เลย อิอิ พอเสร็จงาน ก็ต่อด้วยงาน Light the Fire อย่างรวดเร็ว โน้ตเพลงก็ไม่เอามา ซ้อมก็ไม่ได้ซ้อม ขอบคุณพระเจ้า ที่พระองค์ช่วยให้รอดมาได้อย่างงงๆ

มีแขกรับเชิญ คุณ Avril มาเล่าประสบการณ์แห่งความรัก เธอเล่าถึง Inner Healing ที่เป็นบาดแผลของเธอตอนเด็กๆ และการให้อภัย คือส่วนหนึ่งในนั้น ซึ่งเราทุกคนล้วนมีบาดแผลที่เก็บซ่อน จำได้ไม่ได้แต่มี แต่ใครก็ตามที่มาพบพระเจ้าแล้ว พระเจ้าจะช่วยเขาให้เปลี่ยนรอยแผลเป็นความรักและการให้อภัยได้ และสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตคริสเตียน คือ เรื่องราวแห่งความรักที่จะส่งต่อไปเยียวยาโลกที่บอบช้ำนี้ให้เต็มไปด้วยสันติสุขได้

 
ช่วงเบรกก่อนวงพระพรจะขึ้นนำนมัสการ ก็ทำโปรเจคสัมภาษณ์คำพยานได้ 3 คน ของฟัสได้บรรยากาศ แอคชั่นต่างๆ เท่มาก แต่ไม่ได้ฟีลลิ่งของคำพยานเท่าไหร่ ส่วนเป้รวบรัดเกินไป แต่ตาลนี่โอเคเลย เพียงแต่ต้องไปตัดบางส่วน สรุปแล้ว ถ่ายใหม่ให้หมดเลยจะดีกว่า อิอิ แต่สัมผัสอย่างนึง ว่าคำพยานของตาลมีการเจิม และเป็นความรักดั้งเดิมด้วย
 
 
 มีป้าจากโบสถ์อื่นบอกว่า "โบสถ์นี้ดีเนอะ ตึกแข็งแรงดี เวลากระโดด ไม่พังง่ายๆ" โห…ป้า หนับหนุนการกระโดดด้วย  วัยรุ่นเขิลลแย่เลย เริ่มนมัสการแล้น ดีใจมากๆ พระวิญญาณเคลื่อนไหว เหมือนไป Worship Night เลย บรรยากาศคล้ายกันมาก เพราะมีผู้นำนมัสการ Import มาวงนี้ถึง 2 คน … พี่หม่องตัวจริงๆ เสียงจริงมาด้วย ในใจคิดว่าอยากให้พี่หม่องวางมือให้ จะได้แต่งเพลงโฟลๆ เหมือนพี่เขา แต่ก็มีเสียงให้โฟกัสที่พระเยซูก่อนดีกว่า พระเยซูให้ได้มากกว่านั้น เลยไม่คิดอะไรแล้ว
 
ในงานพระเจ้าได้คอนเฟิร์ม 2 อย่างกับเรา 2 ครั้ง ผ่านคำพูด อ.ภูวเนศ และอธิษฐานจบงานด้วยเรื่องการทำลายอำนาจความมืดที่ก่อกวนประเทศไทย ตามด้วยคำเผยเรื่องนี้อีกแล้ว อิสยาห์ 60 "ความมั่งคั่ง" รู้สึกจะเป็นรอบที่ร้อยสำหรับชีวิต จนหายใจเข้าออก "มั่งคั่งๆๆๆ" สุดใจไปแล้ว ขอบคุณพระเจ้า พวกเราขอรับทุกคน … และในที่สุดฝันก็เป็นจริง เหลือพี่หม่องอยู่บนเวที ตอนที่เข้าไปขอให้พี่หม่องอธิษฐานให้ พี่หม่องบอกว่า "อ๋อ จะอธิษฐานให้ผมหรอครับ เชิญเลยครับ" "ป่าวค่ะ จะให้พี่อธิษฐานให้พวกหนู อยาก***เหมือนพี่" ซาฟัสเอาด้วย บอกว่า "หนูก็อยากเล่นกีต้าร์เก่งๆ เหมือนพี่ด้วย" เท่านั้นแหละ เราเห็นความรัก ความใจดี และความถ่อมใจของพี่หม่องเป็นอย่างมาก เราคุกเข่า พี่หม่องก็ไม่ยอมยืน คุกเข่าลงมาด้วย … เคยอ่านบทสัมภาษณ์พี่หม่อง ที่แต่งเพลงนมัสการเพราะๆ ของใจสมานเกือบทั้งหมด ว่าพระเจ้าจะปลุกพี่ขึ้นมาตอนดึกๆ เพื่อแต่งเพลงบทใหม่ … ก่อนหน้านี้ โดนปลุกอธิษฐานเผื่อประเทศชาติ ยังอิดออด ง่วงนอนอยู่บ่อยไป  จะไหวไหมน้อ …

ซาฟัสบอกว่า รู้แล้วว่าทำไมเราไม่ได้ไปงานหมอวรุณกัน … เพราะมีการ Impartation by พิษณุ ไทรงาม นี่เอง … ขอบคุณพระเจ้า นี่เป็นพระพรที่เหลือเชื่อจริงๆ

 
ขอบคุณพระเจ้า คุ้มค่าที่ได้ยืนอยู่ในนิเวศน์อันเต็มไปด้วยการทรงสถิตแห่งความรักของพระองค์ ดังข้อพระคำข้างต้น "เพราะวันเดียวในบริเวณพระนิเวศของพระองค์ ดีกว่าพันวันในที่อื่น ข้าพเจ้าจะเป็นคนเฝ้าประตูพระนิเวศ ของพระเจ้าของข้าพเจ้า ดีกว่าอยู่ในเต็นท์ของความอธรรม" (Psa 84:10)
 
I’m just the one, unworthy … redeemed by precious blood to bow knee before the throne of glory!
 

P.S. // Diary คือบันทึกส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องมีใครเข้าใจและอินกะเรา ฮ่าๆๆๆๆๆ

3 responses to “The One Who Makes Me Happy … เออ มันแฮปปี้สุดๆ

  1. นายกิตติคุณ says:

    เหล่าคนชั่วจงฟัง พระเจ้าตั้งในหลวงให้เป็นผู้ปกครองประเทศ เท่ากับพระเจ้าทรงให้ในหลวงเป็นตัวแทนพระองค์ แล้วเจ้า ทำไมทำอย่างนี้ เจ้าวิชัย ปัญญางาม เจ้าให้ผู้เชื่อในพระนามของพระเจ้า พระเยซู อธิษฐานแช่งให้ในหลวงสิ้นพระชนม์ทำไม เจ้ามารชั่ว จงใช้ความเชื่อที่เจ้ามีเป็นสิ่งที่เตือนเจ้าเอง ว่านรกกำลังรอคอยเจ้าอยู่ เพราะเจ้าอยากให้พระมหากษัตริย์ตาย นั่นเท่ากับเจ้าอยากให้พระเจ้าทรงทำความบาปเพื่อเจ้า หรือให้พระเจ้าตายๆไปซะ คนโง่เอ๋ย ทำไมเห็นแก่เงินอย่างนี้ เจ้ามองดูรอบๆเจ้าสิ พระเจ้าทรงเลี้ยงดูเจ้ามามากขนาดไหน กับเงินที่เจ้าไม่สามารถนำไปสวรรค์ได้นั้น ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ โอ เจ้าคนไร้สมองจงไตร่ตรองให้ดี เพราะย่างเท้าของเจ้า ก็ตรงเข้าสู่บึงไฟนรก จงกลับใจเสียเถิด ก่อนที่เจ้าจะไม่มีโอกาสอีกต่อไป หยุดซะแล้วรับใช้พระองค์ตามความสามารถและใช้ให้เกิดผลดีกว่ามานั่งทำเรื่องไร้สาระ และหากเป็นอย่างที่เจ้าพูดวันนี้ ที่บอกว่า ในหลวงต้องตายก่อน25พฤษภา ปีนี้ ข้านี่แหล่ะ จะขัดขวางเจ้าด้วยชีวิต แล้วเรามาลองดูกันว่า คน 400 คนของเจ้า กับข้า ที่ต้องการปกป้องพระมหากษัตริย์เพียงคนเดียว ใครจะอยู่ ใครจะไป

  2. SwEety says:

    สวัสดีคะ เราชื่อน้ำหวาน ความจริงเราก็ไม่ได้รู้คุณหรอก แต่พอดีเราลองในอินเตอร์เน็ตเรื่องของอ.วรุณนะคะ ขอโทดนะคะถ้าหากเราพูดอะไร หรือทำให้ผิดว่าเรามีเจตนาไม่ดี อือ… เราก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง….. เราเชื่อว่าวันนี้ที่เราได้มาอ่านข้อความนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เราอยากจะบอกคุณเกี่ยวกับไฟของพระเจ้า ความจริงที่คุณพูดนั้นก็ไม่ถูกนะคะ เพราะเราไม่สามารถที่จะไปจำกัดพระเจ้าว่าพระเจ้าจะเปงแบบไหนหรืออย่างไร เราอยากให้คุณมาลองค้นหาไฟของพระเจ้าอีกครั้ง เราเชื่อว่าคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รวมถึงสัมผัสถึงการทรงสถิตย์ของพระเจ้าที่หนาแน่น เรามีความปรารถนาดีมากสำหรับลูกของพระเจ้าทุกคน พระองค์ทรงรักลูกแกะของพระองค์มาก เรื่องไฟนั่นบางครั้งยังใหม่สำหรับคนไทย ในพระคัมภีร์นั่น พระเจ้าให้ความสำคัญกับไฟของพระเจ้ามากๆ แล้วชีวิตของอ.วรุณก้อเป็นแบบอย่างสำหรับคริสเตียนหลายคน คุณหมอมีการเจิมสูงมาก คุณหมอสัตย์ซือกับสิ่งที่พระเจ้าให้นิมิตมา คุณหมอไม่ได้อะไรเลย สำหรับการมาทุกครั้ง ใช้เงินตัวเองทุกครั้ง แต่เพราะความรักของพระเจ้าที่มีให้คนของพระองค์ เราอยากให้คุณได้มาสัมผัสมัน ว่าสวรรค์นั่นมีความสุขจริงๆ และความรักของพระเจ้าที่กอดเราไว้มันอบอุ่นมากแค่ไหน ขอพระเจ้าเลย พระเจ้าพร้อมที่จะหาคุณทุกเมื่อ เพราะพระเจ้าสถิตกับคุณ ขอบคุณนะสำหรับอ่านสิ่งเหล่า เราเชื่อว่ามันจะมีผลต่อชีวิตคริสเตียนของคุณ หวังว่าคงจะได้แลกเปลี่ยนพระพรกันนะคะ ขอพระเจ้าทรงอวยพร เทพระพรลงมาเหนือคุณ ที่จะมีสติปัญญา และสันติสุขที่โลกนี้ไม่สามารถให้เราได้ ในพระนามพระเยซู อาเมน

  3. SwEety says:

    อาจมีบางคำที่ตกหล่นนะคะ ต้องขอโทดด้วยนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: