Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

วิธีพิสูจน์ความจริง เพื่อยุติข้อโต้แย้ง (1)

on March 7, 2006
มีเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันตลอดทุกยุคทุกสมัย เป็นเรื่องที่มีความสำคัญถึงขนาดที่ว่า คำตอบของมัน สามารถกำหนดชะตากรรมของทุกคน ในชั่วอายุนั้นได้ตลอดไปเป็นนิตย์เลยทีเดียว คือคำถามที่ว่า "อะไรคือความจริง"? ความเชื่อแบบไหนกันแน่ที่ถูกต้อง? พระเจ้าของใครที่เป็นพระเจ้าองค์เที่ยงแท้

ชาวยิวหรือชนชาติอิสราเอล เป็นชาติที่เชื่อว่ามีพระเจ้ามาตลอด แต่พวกเขาควรไว้ใจพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของบรรพบุรุษ หรือไว้ใจพระบาอัลเป็นพระเจ้าดี … คำตอบของเรื่องนี้ ปรากฎชัดใน 1 พงษ์กษัตริย์ 18 พระเจ้าที่เที่ยงแท้ เทไฟลงมาบนแท่นบูชาที่เปียกโชกและเต็มไปด้วยน้ำ ไหม้แม้กระทั่งหิน ดิน น้ำ นี่แหละ พระเจ้าได้เป็นพยานพระองค์เอง ด้วยการอัศจรรย์!

เรามีเรื่องใกล้ตัวเรา ที่จำเป็นต้องมีข้อยุติ ซึ่งการอัศจรรย์เท่านั้น ที่จะสร้างหลักฐานยุติข้อโต้แย้งดังกล่าวได้ และในสมัยของพระเยซู ผู้คนรอคอยมานาน ว่าเมื่อไหร่พระสัญญาพระเจ้า ที่จะส่งพระผู้ช่วยเข้ามาในโลก จะสำเร็จเป็นจริง แล้วพระเยซูก็เสด็จเข้ามา พระองค์อ้างเรื่องนี้ใหญ่โตหลายประการ

ขณะที่ยอห์น บัพติศโต ถูกจำคุก ท่านส่งลูกศิษย์ไปถามว่า พระองค์เป็นพระเมสิยาห์จริงหรือ? สิ่งที่พระเยซูตอบ ไม่ใช่หลักศาสนศาสตร์ หากแต่สั่งให้ศิษย์ยอห์นไปบอกว่าอะไรคือหลักฐาน "จงไปแจ้งแก่ยอห์นซึ่งท่านได้ยินและเห็น คือว่าคนตาบอดก็หายบอด คนง่อยเดินได้ คนโรคเรื้อนหายสะอาด คนหูหนวกได้ยินได้ คนตายแล้วเป็นขึ้นมา และข่าวประเสริฐก็ประกาศแก่คนอนาถา" [มัทธิว 11]

พระเยซูตอบสั้นๆ ในทำนองที่ว่า "การอัศจรรย์ ยุติข้อโต้แย้ง" เหมือนกับว่าเป็นสิ่งที่ได้พิสูจน์ว่าอะไรคือความจริง อีกทั้งยังกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "ถ้าเราไม่ปฏิบัติพระราชกิจของพระบิดาของเรา ก็อย่าวางใจในเราเลย แต่ถ้าเราปฏิบัติพระราชกิจนั้น แม้ว่าท่านมิได้วางใจในเรา ก็จงวางใจเพราะพระราชกิจนั้นเถิด เพื่อท่านจะได้รู้และเข้าใจว่า พระบิดาทรงอยู่ในเรา และเราอยู่ในพระบิดา" [ยอห์น 10] นี่ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ที่ผู้เชื่อคาดหวังการอัศจรรย์จากพระเจ้า และพระองค์ก็บอกเราให้เชื่อในพระองค์ อย่างน้อยก็เพราะเห็นการอัศจรรย์ ที่พระเยซูได้พิสูจน์แล้ว!

ท่านสามารถติดตามอ่านสิ่งพระเยซูกระทำ ได้จากพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่มากมาย ซึ่งหากเราตัดเรื่องการอัศจรรย์ออกแล้ว พระคัมภีร์จะเหลือเนื้อหาน้อยมาก ยกตัวอย่างบางส่วนที่สรุปตามหัวข้อวันนี้ได้จาก ยอห์น 14:1, มัทธิว 9:2-7, ยอห์น 3:2, กิจการ 2:22, ยอห์น 5:36, ยอห์น 6:2, กิจการ 5:12-14


เรารู้แล้วว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า รู้ว่าพระองค์เป็นทางเดียว ที่นำมนุษย์ทั้งหลายเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า และไม่มีทางใดอีก แม้กระทั่งการถือศีล การบวช การใช้ความพยายาม ฯลฯ … แล้วผู้ที่ยังไม่รู้ล่ะ จะทำอย่างไร??!!! เราจะเปิดพระคัมภีร์ให้ชาวฮินดูกว่า 800 ล้านคนในอินเดีย เปิดหนังสือสีดำให้ชาวมุสลิมในอินโดนีเซีย แล้วจะชนะใจพวกเขาหรือ แค่นั้นยังไม่พอ เพราะพวกเขาก็มีพระคัมภีร์ฮินดู คัมภีร์อัลกุรอ่านด้วย

แม้แต่กลุ่มที่มีการศึกษาสูงในแถบแสกนดิเนเวีย ยุโรป อเมริกา ก็ได้ยินคำเทศนาไพเราะมากันมากแล้ว แต่อัตราส่วนของกลุ่มนี้ในจำนวนมาก ก็ยังไม่เห็นว่าคำสอนในพระคัมภีร์สำคัญอะไร และเชื่อว่าศาสนาคริสต์เป็นเพียงศาสนาหนึ่งของโลก

หลายคนไม่เชื่อในข้อเขียน และคำพูดเชิญชวนอีกแล้ว ทั้งที่พระเยซูมีพระมหาบัญชา ให้ออกไปสั่งสอนทุกคนให้กลับใจใหม่ และเชื่อวางใจในพระองค์ เพื่อมีสิทธิ์รับความรอด เข้าสู่ดินแดนที่พระเจ้าจัดเตรียมในสวรรค์ ผู้ที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า จำเป็นต้องมีประสบการณ์กับพระองค์มากกว่าการเข้าใจ

ซี ปีเตอร์ แวกเนอร์ กล่าวว่า "การประกาศที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดนั้น คือการประกาศควบคู่ไปกับ การสำแดงฤทธิ์เดชเหนือธรรมชาติจากพระเจ้า"

ที แอล ออสบอร์น กล่าวว่า "ข่าวประเสริฐที่ประกาศออกไปโดยฤทธิ์เดชของพระเจ้า ยืนยันด้วยหมายสำคัญ การอัศจรรย์เท่านั้น ที่จะทำให้เราประสบชัยชนะยิ่งใหญ่ ในการนำดวงวิญญาณในทุกยุค ทุกสมัย"

เอ เอ แอลเลน เขียนในหนังสือว่า "พระเจ้าไม่เคยเรียกใครให้ออกไปประกาศพระกิตติคุณ โดยไม่กำชับให้เขารักษาคนเจ็บป่วยควบคู่ไปด้วย"

เราไม่จำเป็นต้องสำแดงให้คนไร้พระเจ้ารู้ เหมือนอย่างในสมัยเอลียาห์ หรือสมัยอัครทูตเช่นนั้นหรือ? ถ้าสาวกจำเป็นต้องพึ่งพาฤทธิ์เดชมากแค่ไหน สมัยเราก็ต้องพึ่งพาเช่นนั้นด้วย … การอัศจรรย์ ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่ "ความจริง" ที่ชี้และซ่อนอยู่เบื้องหลัง ว่าพระเจ้าเป็นพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่นี้ สำคัญ!

มีคนจำนวนมาก ที่เมื่อฟังคำเทศนาเรื่องข่าวประเสริฐของพระเยซู ไม่ยอมกลับใจเชื่อ แต่เมื่อได้มีประสบการณ์ การอัศจรรย์ จึงได้ยอมรับและกลับใจเชื่ออย่างง่ายดาย ในหนังสือ 4 เล่มแรกของพันธสัญญาใหม่ และหนังสือกิจการ เป็นตัวอย่างที่ดีมาก ให้ลองศึกษาเปรียบเทียบ โดยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ถึงสิ่งที่เปาโลได้กระทำในแต่ละเมือง แล้วท่านจะพบ และท่านเองก็พิสูจน์ได้ ด้วยการที่ท่านออกไป แต่พระเจ้าเป็นผู้กระทำ

จึงพูดได้ว่า "การอัศจรรย์ 1 ครั้ง มีผลมากกว่าการเทศนา 1 พันครั้ง"

จากหนังสือของ ไมค์ แฟรนซีน (ผู้ร่วมพันธกิจประกาศทั่วโลกกับออสบอร์น)

โปรดติดตามตอนต่อไป ภาค 2 … ขอพระเจ้าอวยพระพรผู้อ่านทุกท่าน

4 responses to “วิธีพิสูจน์ความจริง เพื่อยุติข้อโต้แย้ง (1)

  1. ...A...Stand..For...Apple... says:

    Good….Job Waitting 4 the second Part…
    Cheer Up

  2. A Little Lawyer says:

    อืมม ได้รับพระพรในการอ่าน  ด้วยจริงๆ  ขอพระเจ้าเสริมกำลัง เปิดบอร์ดเร็วๆนะจ้ะ

  3. rafael says:

    *-*  ดีมากๆเลยครับ

  4. sakaoduen says:

    อยากรู้ความจริง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: