Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

มุมมองที่ถูกมองข้ามของภาษาแปลกๆ (1)

on February 20, 2006
เป็นที่ถกเถียงกันมายาวนานในวงการคริสเตียน เกี่ยวกับเรื่องภาษาแปลกๆ จนถึงขั้นทำให้เกิดคณะย่อยๆ มากมายของกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า ชาวโปรแตสแตนท์ เนื่องจากการตีความที่แตกต่างในพระคัมภีร์ … จากที่เคยเล่าประวัติศาสตร์คริสเตียนไปบ้าง ทำให้เราเห็นว่า ตั้งแต่จักรพรรดิ์คอนสแตนตินเป็นต้นมา งานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่เคยเฟื่องฟูมากมายสมัยอัครทูต สูญหายไปนานเกือบ 20 ศตวรรษ และแม้ตั้งแต่มีการปฎิวัติสมัยมาร์ติน ลูเธอร์ คริสตจักรต่างๆ ที่แยกตัวออกมาจากคาทอลิกแล้ว ก็ยังได้รับอิทธิพลหลายอย่างมาจากยุคมืดนั้นด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังสือกิจการฯ เช่น การหายโรค การอัศจรรย์ ฯลฯ ถูกสอนกันว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ในสมัยยุคอัครทูต ที่พระเยซูเพิ่งเสด็จกลับสู่สวรรค์เท่านั้น แต่ในที่สุด ปลายศตวรรษที่ 21 เกิดการเปิดเผยมากมาย ที่ทำให้รู้ว่า พระเยซูยังคงทำกิจการเหมือนสมัยก่อน ในสมัยนี้ และเรื่อยไป
 
ในช่วงแรกๆ ของการค้นพบอีกครั้งในยุคใหม่นี้ เริ่มจากคนจำนวนกลุ่มเล็กๆ ที่มีประสบการณ์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์ จากในแถบยุโรป ได้กระจายตัวออกไปยังแคว้นเอเชีย และทั่วโลก … แต่สำหรับเมืองไทยแล้ว ถูกครอบครองด้วยแนวคิด ของศาสนาแบบตะวันออกมายาวนาน เมื่อเริ่มมีคริสเตียน จึงมีคนจำนวนน้อยนัก ที่จะเข้าใจเรื่องราวในไบเบิ้ลได้อย่างลึกซึ้งจริงๆ … เมื่อสมัยยุค 60s-70s T.L Osborn ได้มาประกาศข่าวประเสริฐที่เมืองไทย ซึ่งยังมีคริสเตียนน้อยกว่าสมัยนี้มากๆ ท่านบอกตัวเลขไว้ว่า มีเพียงไม่ถึง 10 คนในประเทศไทย ที่ได้รับบัพติศมาในพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงไม่แปลกอะไร ที่ปัจจุบัน อัตราของผู้เชื่อ ที่ยังเข้าใจอะไรแบบยุคมืดก็ยังมากอยู่
 
สำหรับในคริสตจักรที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบ และรูปแบบที่เคร่งครัดทางศาสนา เมื่อมีใครซักคนมีประสบการณ์กับพระวิญญาณ จะถูกขับไล่ออกจากคณะทันที แม้กระทั่งการพูดภาษาแปลกๆ ก็เป็นสิ่งต้องห้ามในที่ประชุม เนื่องจากกลัวว่าเป็นสิ่งที่ไม่ได้มาจากพระเจ้า และอาศัยการตีความพระคัมภีร์ แบบมุมมองเดียว เพราะวิญญาณชั่วของเหล่าซาตาน ก็ทำให้คนพูดภาษาแปลกๆ ได้ เช่นคนเล่นผี, หมอดู, คนทรงเจ้า เป็นต้น
 
ในปัจจุบัน แม้อัตราคริสเตียนจะมากขึ้นบ้าง แต่เชื่อว่า ยังมีคริสเตียนมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ที่เข้าใจว่า ภาษาแปลกๆ เป็นของประทานอย่างหนึ่ง เพื่องานรับใช้ในคริสตจักร โดยเน้นว่า ถ้าพูดได้ ต้องแปลได้ด้วย ไม่เช่นนั้นก็ห้ามพูดเลย … แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่สรุปเช่นนั้น ส่วนใหญ่ ไม่เคยมีประสบการณ์ดังกล่าวเลย … ในพระคัมภีร์ บอกไว้ชัดเจนถึงเรื่องการบัพติศมา ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ว่าจะมีหมายสำคัญเกิดขึ้น คือ ภาษาแปลกๆ (ในความเป็นจริง tongue พระคัมภีร์ฉบับภาษาไทยควรแปลว่า "ภาษาต่างๆ" ไม่ใช่ "ภาษาแปลกๆ") และมีลักษณะที่เห็นชัดว่า บางคนได้ในลักษณะเป็นของประทาน คือ สามารถแปลเข้าใจได้ด้วย เช่น คนไทยไม่เคยเรียนภาษาฝรั่งเศส พระเจ้าประทานให้คนนั้นพูดภาษาฝรั่งเศสได้ เพื่องานรับใช้บางอย่าง ซึ่งสามารถมีคนแปลให้เข้าใจได้ กับ ภาษาที่ไม่มีในโลก
 
เหตุผลสำคัญคือ
(1.) ในโครินธ์ 13 กล่าวว่า "แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาแปลกๆ ได้ เป็นภาษามนุษย์ก็ดี เป็นภาษาทูตสวรรค์ก็ดี" คนที่พูดได้ มีทั้งภาษาที่มีในโลก และภาษาสวรรค์ ซึ่งเดี๋ยวนี้ คริสเตียนส่วนใหญ่ เรียกว่า "ภาษาพระวิญญาณ"
(2.) โครินธ์ 14 กล่าวว่า "เพราะว่าผู้หนึ่งผู้ใด ที่พูดภาษาแปลกๆได้ ไม่ได้พูดกับมนุษย์ แต่ทูลต่อพระเจ้า เพราะว่าไม่มีมนุษย์คนใดเข้าใจได้ แต่เขาพูด เป็นความล้ำลึกฝ่ายพระวิญญาณ"
(3.) โรม 8:26 "พระวิญญาณก็ทรงช่วยเรา เมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่า เราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร  แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทนเรา ในเมื่อเราคร่ำครวญอธิษฐานไม่เป็นคำ"
(4.) 1โครินธ์ 14 "ฝ่ายคนที่พูดภาษาแปลกๆ นั้น ก็ทำให้ตนเองเจริญฝ่ายเดียว" ในกรณีที่ไม่มีการแปลให้ที่ประชุม ไม่ได้เสริมสร้างคริสตจักร แต่ก็เสริมสร้างตนเอง
 
ในสมัยนั้น เปาโลเตือนชาวโครินธ์ไม่ให้ให้ความสำคัญจนเหมือนกับว่า คนที่พูดได้วิเศษเลิศเลอ เพราะมีการพูดกันวุ่นวายมาก ท่านจึงต้องวางระเบียบที่ประชุมขึ้นมา และแนะนำว่า เมื่อเข้าไปในคริสตจักร ควรใช้ของประทานที่เสริมสร้างคริสตจักร เช่น การเผยพระวจนะ จะดีกว่าเสริมสร้างตัวเองฝ่ายเดียว อีกทั้งให้เน้นความรักเป็นเรื่องสำคัญกว่า … ส่วนข้อกังขาที่ว่า "คนที่พูดภาษาแปลกๆได้นั้น ควรจะอธิษฐานขอให้แปลได้ด้วย" ไม่ได้ตีหมายความว่า ต้องแปลให้คนอื่นฟังได้เสมอไป แต่ให้ผู้พูดได้ ขอพระเจ้าให้เราเข้าใจในสิ่งที่พระวิญญาณนำเราอธิษฐาน (ตีเป็นความคิดที่เราเข้าใจได้ มิเช่นนั้น จะไม่เกิดประโยชน์) อีกทั้งเปาโลได้สนับสนุน
– ในข้อ 5 ว่า "ข้าพเจ้าใคร่ให้ท่านทั้งหลาย พูดภาษาแปลกๆได้"
– ข้อ 28 "ถ้าไม่มีผู้ใดแปลได้ ก็ให้คนเหล่านั้นอยู่เงียบๆ ในที่ประชุม และให้พูดกับตัวเอง และทูลต่อพระเจ้า"
– และข้อ 39 "ที่เขาพูดภาษาแปลกๆ ก็อย่าห้ามเลย"
 
อีกทั้ง พระเยซูเคยตรัสไว้ในมาระโก 16:17 โดยถ้าถอดเป็นโลจิกออกมา จะได้ว่า "มีคนเชื่อที่ไหน … เขาจะพูดภาษาแปลกๆ" และไม่ใช่ทุกคนที่มีความเชื่อเหมือนกัน ดังนั้น ก็ไม่ใช่ทุกคนจะพูดได้ (แต่ถ้าท่านเชื่อ ก็จะพูดได้) … สรุป คือ พูดได้ในที่ประชุม แต่ไว้อธิษฐานทูลพระเจ้าส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อให้คนอื่นได้ยินว่าเราพูดได้ และโอ้อวดว่าสำคัญ แต่หากพระเจ้ามีถ้อยคำให้แปลในที่ประชุม ก็ควรแปล


สำหรับคำถามเกี่ยวกับ "ภาษาแปลกๆ ที่ควบคุมไม่ได้" กับคนที่หยุดพูดไม่ได้ ถ้าโดยส่วนตัว เป็นเช่นนั้น ก็ขอบคุณพระเจ้ามากๆ เพราะเมื่อไหร่ที่ไม่สามารถคุมได้ จากประสบการณ์คือ เราอยู่ในการทรงสถิตอันเข้มข้นของพระเจ้า อาจจะเป็นยามเราอ่อนกำลัง หรือในยามที่การเจิมเทลงมา … ให้เราขอบคุณพระองค์ในทุกกรณี เพราะพระองค์ประทานสิ่งเหล่านี้ มาพร้อมกับสันติสุข ซึ่งตรงข้ามกับวิญญาณชั่ว ชอบเลียนแบบ แต่ไม่ได้มีสันติสุขให้มนุษย์
 
สิ่งสำคัญคือ อย่าวางสิ่งซึ่งให้ผู้อื่นสะดุด และอย่าเที่ยวสะดุดผู้อื่น หากไม่มีประสบการณ์ ไม่ควรพูดหรือวิจารณ์ แต่แสวงหาพระเจ้าให้มากขึ้นดีกว่า เพราะ บาปอย่างเดียว ที่ไม่สามารถได้รับการอภัย คือ "การหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์" พวกธรรมาจารย์ที่สอนศาสนาเกี่ยวกับพระเจ้า เคยหาว่าพระเยซูขับผีในโดยมีวิญญาณนายผี … สิ่งที่จะพิสูจน์ได้ว่า วิญญาณใดมาจากพระเจ้า หรือวิญญาณของซาตาน คื้อ การมีความสัมพันธ์ที่ติดสนิทกับพระเจ้า ผลพระวิญญาณ และของประทานการสังเกตุวิญญาณ … อีกทั้งประสบการณ์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ท่านกลับใจและเชื่อพระเยซู แต่อยู่ที่ความเชื่อ และระดับการเปิดรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ
 
 
 ขอพระเจ้าอวยพระพรสิ่งที่พระองค์กำลังเปิดเผยกับคุณ

2 responses to “มุมมองที่ถูกมองข้ามของภาษาแปลกๆ (1)

  1. Amon says:

    หนุนใจดีค่ะอย่าทำอะไรเพื่อโอ้อวดเอาความดีให้ตนเอง แต่ให้กระทำทุกอย่างเพื่อเป็นการถวายเกียติแด่องค์พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด

  2. Jaruphan says:

    พระเจ้าอวยพรค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: