Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

ฝนชุกปลายฤดู

on February 7, 2006
แม้จะไม่ใช่หน้าฝนซักหน่อย (หน้าอะไรไม่รู้ ที่ทำงานแถวอโศกร๊อน ร้อน แต่ที่บ้านตอนเช้า น๊าว หนาว) อยากจะเขียนเรื่องต้นฝน ปลายฝน พักนี้กำลังตื่นเต้น
 
แต่เดี๋ยวขอเอาประสบการณ์เมื่อวันศุกร์ของคนอื่นมาเล่าดีกว่า แบบว่าประสบการณ์ส่วนตัวไม่ชอบเล่า 555 พอดีวันศุกร์อธิษฐานโต้รุ่งที่ผ่านมา (3 กุมภาพันธ์ 2006) เรานมัสการ อธิษฐาน สามัคคีธรรมกัน ตั้งแต่ 3 ทุ่ม ยันตี 5 ช่วงเวลานี้เอง ไม่ง่วงนอกเลยซักนิด มีแต่เรื่องน่าตื่นเต้นตลอดเวลา…หลังจากเพรย์เผื่อน้องๆ ทั้งหลายทั้งอาทิตย์ ขอบคุณพระเจ้า เป้ แชมป์ ตาล ก็มา และเราก็นมัสการด้วยกัน … ระหว่างนมัสการเสร็จ ช่วงเกือบๆ 4 ทุ่ม พี่คนนึง ซึ่งไม่เคยเห็นพี่คนนี้ใช้ของประทานหรอก ก็เผยพระวจนะขึ้นมา จ๊าก ตั้งแต่เคยได้ยินมา พระเจ้ามักจะหนุนใจ ให้ความรู้สึกดีๆ ไม่ใช่หรอ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้ยินคำเผยอันน่าตกใจ แต่จากสำนึกผิดชอบชั่วดี ไม่ได้ฟ้องผิดประการใด รอดตัวไป … ระหว่างเราอธิษฐานรวมกลุ่มกันหน้าเวที ศิษยาภิบาลถามขึ้นรวมๆ ว่า ใครที่ยังไม่เคยรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และต้องการ ให้ก้าวออกไป โอ้โห น้องๆ ในกลุ่มก้าวออกไปกันหมด ซักพัก พระเจ้าคงบอกอะไรบางอย่างกับศ.บ. ท่านเลยอยู่ๆ นำสารภาพบาป และใช้ของประทานถ้อยคำแห่งความรู้ (การที่พระเจ้าให้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน และไม่สามารถรู้ได้เอง) ว่าในที่นั้นมีบางคนตกอยู่ในความกลัว แล้วก็อธิษฐานเผื่อ ปรากฎว่าสารภาพบาปก็แล้ว รอคอยก็แล้ว น้องๆ ไม่ได้กันซักที พักเที่ยง(คืน)ลงมาหม่ำข้าวต้ม ตาลแลดูอ่อนกำลัง ก็กลับบ้านไปก่อน
 
ช่วงแรกที่ ศ.บ. เทศนา อาจารย์เทศน์ในหนังสือโยเอล 2 เกี่ยวกับเรื่องฝนต้นฤดู แล้วก็โยงไปที่วันเพ็นเทคอสต์ ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาเป็นครั้งแรก และจากประวัติศาสตร์ ถ้าเทียบแล้ว ยุคนี้เป็นวาระสุดท้ายแล้วจริงๆ เราก็ต้องการฝนชุกปลายฤดู พระเยซูสั่งเหล่าสาวกให้รอคอยฤทธิ์เดชในเยรูซาเล็ม ก่อนจะออกไปประกาศข่าวประเสริฐ ยุคนี้ก็เช่นเดียวกัน ทุ่งนาเหลืองอร่ามแล้ว ผู้คนหิวโหยฝ่ายวิญญาณ ต้องการพระเจ้ากันมาก (แม้พวกเขาจะยังไม่รู้ตัวก็ตาม) พวกเราเองก็ต้องรอคอยฤทธิ์เดช เพื่อการทำงานที่เกิดผล ดังยุคของอัครทูต ที่รักษาคนง่อยให้เดินได้ คนป่วยต่างหายโรคกันมากมาย พระธรรมกิจการใช้คำว่า "อิทธิฤทธิ์อันพิสดาร" (Unusual Miracles) ก็อย่างที่เล่าให้ฟังเมื่อวาน ว่าการอัศจรรย์และการรักษาโรค ด้วยฤทธิ์เดชของพระเยซูที่ยังทรงพระชนม์ หายไป เกือบ 20 ศตวรรษ เพราะอำนาจมืดของคาทอลิก ที่นำเอาความเชื่อมาทำเป็นศาสนาซะงั้น ทำให้คนยุคนี้คิดว่าการที่คนเชื่อพระเจ้า เป็นการนับถือศาสนาจนบัดนี้ หารู้ไม่ คนสมัยก่อน เค้าก็เชื่อพระเจ้า และพระเจ้าก็อยู่มาตลอด ตั้งแต่ยังไม่มีคำว่าศาสดา โอเค เอาเป็นว่า พระเยซูจะกลับมาแล้วจริงๆ ใครไม่กลับใจใหม่ ก็ตกนรกแน่นอน!
 
นมัสการหลังเที่ยงคืน มันส์มากๆๆๆๆๆ ยิ่งกว่า Bangkok Call 2 อีก เพราะสัมผัสได้ว่า พระวิญญาณเคลื่อนจริงๆ พวกเรากระโดดโลดเต้นนมัสการแบบสุดๆ 555 เชื่อว่าน้องพวกนี้ไม่เคยมาก่อนตอนนมัสการรอบวันอาทิตย์ (เพราะรอบปกติ คนใหม่กับคนยังไม่เชื่อเยอะ) สุดยอด แม้แต่คนแก่เลยวัย 40-50 ก็ยังกระโดดโบสถ์แทบสั่น อ้อ โต้รุ่งเมื่อ 2-3 เดือนก่อน ศ.บ. เรา อายุ 60 แล้ว เห็นท่านแอบ เอ้ย แอบเห็น ท่านกระโดดด้วยอ่ะ!!! ทุกสิ่งเป็นได้โดยพระเจ้าจริงๆ … Rachell ไม่ได้มาร่วมช่วงแรกกับพวกเรา แต่มาหลังเที่ยงคืนได้ 555 ถ้าใครมีพระวิญญาณพระเจ้า จะสังเกตุได้ว่าเธอมีวิญญาณแห่งการนมัสการ ออกมาชวนคนอื่นๆ เต้นรำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลัง เธอมีของประทานในการเผยพระวจนะ (อุบๆๆ ไว้ก่อน)
 
เอาล่ะ เวลาสำคัญมาถึงแล้ว ตื่นเต้นที่สุด ฟังเรื่องน้ำมันแห่งการเจิม ที่หมายถึงพระวิญญาณกันแล้ว เราก็ต้องการสิ … ขณะที่เรายืนรอการเจิมจากพระองค์ มัวแต่เป็นห่วงน้องๆ 2 ชีวิต ว่าจะได้กันหรือเปล่า แต่ตอนราเชลเดินมาวางมือแชมป์ ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เราด้านซ้าย ตอนแรกไม่รู้สึกอะไร แต่พอแชมป์เริ่มถูกพระวิญญาณสัมผัส น้องก็ร้องว่าฮาเลลูยาออกมาเอง วินาทีนั้น เรารู้แต่ว่าเราถูกกระแสบางอย่างที่ยากอธิบาย แต่สัมผัสได้ว่าพระเยซูอยู่ตรงนั้น ทำให้เข่าเราอ่อนลง เหมือนว่าพระสิริของพระเจ้ากระทบเราด้วย แล้วปากเราก็พูดภาษาแปลกๆ ออกมารัวกว่าปกติ เหนือความควบคุมส่วนตัวแล้ว (คือปกติจะคอลโทรลได้ว่าจะพูดจะหยุดเมื่อไหร่ และแปลในความคิดได้ด้วย แต่เมื่อไหร่พระวิญญาณเทลงมา จะไหลไปเลย) พอแช่ไปซักพัก ราเชลก็มาวางมือเรา เหอๆ ไม่ล้มตามเคย ไม่รู้ว่าทำไมไม่เคยล้มเหมือนคนอื่น ก็ว่าไม่ได้ฝืนนี่นา อยากรู้เหมือนกันว่าล้มแล้วจะได้นิมิตเจอพระเยซูและแสงสว่าง เหมือนที่หลายคนได้หรือเปล่า … ตอนนั้นรู้สึกแฮปปี้ๆ มากๆ แต่ราเชลกลับเผยพระวจนะว่า Jesus is healing you ตอนนั้นอยู่ๆ ก็ร้องไห้ออกมาจากวิญญาณข้างใน บอกไม่ถูก ทั้งที่ในหัวก่อนหน้านั้นไม่มีเรื่องเศร้าเลยซักนิด อาจเป็นเรื่องที่เราอธิษฐานขอไว้ก่อนก็ได้ ลึกๆ ลงไปข้างใน คงมีบาดแผลที่เก็บซ่อนไว้ใต้จิตสำนึก … แล้วเค้าก็กอดเรา ขณะที่เรายังไม่สามารถหยุดพูดภาษาพระวิญญาณได้เลย ยิ่งกอด ก็ยิ่งพูดมากขึ้น ร้องไห้มากขึ้น ในที่สุด ก็ผ่านเราไปจนได้
 
พอแช่กับพระวิญญาณต่อไปอีกไม่นาน ได้ยินแชมป์พูดภาษาพระวิญญาณออกมา โอ้โห ไม่รู้เป็นไง เราเกิดอาการ Chuckle in Spirit ขึ้นมาทันที มีสันติสุขมากๆ เหมือนมีใครเทลงมาให้ ทำให้ดีใจด้วย ที่พระเจ้าตอบคำอธิษฐานของเรา และชอบที่จะมีใครรู้จักพระเจ้ามากยิ่งขึ้น … เวลาผ่านไป ถึงคิวเป้แล้ว เราเริ่มชลอการอธิษฐานลง เพราะห่วงมันมากไปหน่อย อิอิ จริงๆ จะแอบดู แอบฟัง ว่าได้หรือเปล่า … [โดยปกติแล้ว Manifestation หรือ การแสดงออกที่เกิดขึ้นเพราะพระวิญญาณ จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ รักษาชีวิต และเกิดการยอมจำนน ไม่กลัวว่าพระวิญญาณจะนำเราแสดงออกมาอย่างไร ไม่อาย ไม่สงสัย ไม่มีอคติ แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ก็มีได้ แต่ต้องไม่มีอคติ มีเพียงใจที่เปิดกว้างต่อพระเจ้าเท่านั้น ถ้าพระองค์จะนำเราร้องไห้ หัวเราะ ตะโกน พูดภาษาแปลกๆ แม้กระทั่งล้มลง เราต้องไม่กลัว และฝากไว้ วางใจทุกอย่าง] เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป้ทำไมไม่มีประสบการณ์เสียที คิดว่ากลัวหรือเปล่า หรือไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้าทุกเรื่อง แต่เป้เพิ่งสารภาพเมื่อหัวค่ำ ว่า 2 วันก่อนไปกินเหล้ากับเพื่อนมา อาจเป็นไปได้ก็ได้ แม้พระเจ้าเป็นความรัก ให้อภัย เมตตามาก แต่ถ้าไม่รักษาชีวิตดีๆ ก็เหมือนกับเราไม่จริงจังกับสิ่งที่ปรารถนาจากพระเจ้า … ส่วนตอนเป้ได้คำเผยพระวจนะจากพี่ปุ้ย เบอร์มิวด้า เราฟังไม่ได้ยินง่ะ แชมป์ก็ได้จากราเชล เราไม่ได้ตามเคย เหอๆ
 
จริงๆ นึกว่าชอทเด็ดจบไปแล้ว แต่เด็ดสำหรับเรานี่สิ อยู่ช่วงสุดท้ายจริงๆ ในขณะที่คิดตัดสินใจบางอย่าง อาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชีวิต แต่ไม่ค่อยแน่ใจ เนื่องจากกลัวอุปสรรคจากครอบครัว ทำให้ไม่ได้ตัดสินใจทันที ทั้งที่พระเจ้าบอกเมื่อวันที่ 1 กุมภาให้___ … ก่อนชอทเด็ดนี้ ก็ตัดสินใจยอมแล้วจริงๆ แต่เหมือนพระเจ้าเมตตา อยู่ๆ พระองค์ก็ใช้พี่สมควรเผยพระวจะแบบไม่เจาะจงบุคคล พระเจ้าเรียกให้อุทิศตัวเพื่อรับใช้อีกครั้งหนึ่ง และบอกว่าเรื่องนี้บังคับเราไม่ได้ แต่ให้วางใจในพระองค์ ก็คิดว่าเป็นการทรงเรียกจริงๆ แหละ ที่เราจะต้อง___เสียที เพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ … ก่อนจบ มีคนเตือนที่ประชุมให้รักษาการเจิม ถึง 2 คน โดยเฉพาะเรื่องความคิดในใจ และการพูด ต้องบริสุทธิ์ และทำแต่สิ่งที่พระเยซูได้รับเกียรติ เมื่อไหร่ก็ตาม ที่ทำความชั่วตามฝ่ายเนื้อหนัง การเจิมจะตกระดับลงไป
 
เอาเป็นว่า ตอนจบน่ะ ตีห้าครึ่งแล้ว ขากลับบ้านเพิ่งก็เริ่มง่วง และเกือบหลับในหลายที ขอบคุณพระเจ้า ถึงบ้านอย่างน่าใจหาย
 
ก็ว่าจะเล่าอีกเรื่องนึง แต่ไหง กลายเป็นเล่าอีกเรื่องนึงไปได้ โธ่ ว่าจะเล่าเรื่องพี่คนนั้นซักหน่อย ไว้พรุ่งนี้มาเล่า เรื่อง ฤทธิ์เดชแห่งการอธิษฐาน (อาหารงอกออกมาอีกหลายหม้ออย่างน่าอัศจรรย์) คอยติดตามตอนต่อไป

2 responses to “ฝนชุกปลายฤดู

  1. AMEI says:

    ขอบคุณมากสำหรับข้อ BB ดีๆ ที่นำมาหนุนใจ ว่าแต่รู้จักเราได้ไงอ่ะ?
    แต่ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักพี่น้องในพระคริสต์อีกคนหนึ่งนะคะ แวะมาเยี่ยมบ่อยๆน้า

  2. กิ๊ก says:

    เราก้อเพิ่งเข้ามาเชื่อพระเจ้าเหมือนกันแหละ  ก้อรู้สึกดีนะ มากๆด้วยอ่ะ
    ถึงจะยังไม่รู้เรื่องอะไรมากมายเกี่ยวกับพระเจ้าก้อตามอ่ะ  แต่ก้อสัมผัสได้ถึงพระพรของพระเจ้าเหมือนกันนะ  รู้สึกอบอุ่นดีอ่ะเวลาที่อยู่กับพี่คริสเตียนอ่ะ
    เหมือนเป็นครอบครัวหนึ่ง อยากพูดภาษาพระวิญญาณเป็นอ่ะ  แต่ก้อยังไม่โต คงยังรับไม่ได้มั้ง พิธีมหาสนิทยังรับไม่ได้อ่ะ ยังไม่กล้าอ่ะนะ
    แต่รู้สึกยินดีมากเลย  ที่ได้มาเชื่อพระเจ้า  เพราะพระเจ้าเป็นพระผู้ช่วยให้รอด  เป็นพระผู้ไถ่  เป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่  "ขอสมัสการพระเจ้า ขอมอบจิตวิญญาณ
    ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ ขอพระองค์ทรงชำระความผิดบาปของข้าพระองค์ ให้จิตใจของข้าพระองค์มีความบริสุทธิ์งดงามเหมือนดังพระวิญญาณบริสุทธิ์ของ
    พระองค์ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามความประสงค์ของพระองค์  ไม่ใช่เป็นไปตามความต้องการของข้าพระองค์  ขออธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน"

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: