Popsyz [Dui] ::: All GLORY to GOD

Moved from MSN Space few years ago

ไม่มีข้อแม้ ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ให้ต้องอาย

on February 6, 2006
ขณะที่มีโอกาสคุยกับพระเจ้าเป็นการส่วนตัวในวันเสาร์ที่ผ่านมา พระเจ้าประทานแผนงาน ด้วยไอเดียอันล้ำลึก และตรัสสอนในสิ่งต่างๆ มากมาย จะแบ่งปันสิ่งที่พระเจ้าเปิดเผยเรื่องหนึ่ง คือ "ไม่มีข้อยกเว้น" และ "พระเจ้าจะยืนยัน ไม่ให้พระองค์เองต้องอาย"
 
1. ไม่มีข้อยกเว้น – จากการถามคำถามส่วนตัวกับพระเจ้า ในเรื่องชีวิตประจำวันของเรา มักจะมีความขาดเขลา ในการที่จะพูดและแบ่งปัน เรื่องราวดีๆ ให้กับคนที่ยังไม่ได้รับความรอด ไม่กล้าพูด กลัวเค้าจะคิดว่า "ไอ้คนนี้มาทำบ้าอะไร" เฮ้อ เซ็งตัวเองเหมือนกัน ทำไมคิดอย่างนี้ ทั้งที่จะช่วยคนอื่นได้เป็นจำนวนมาก เวลาเดินผ่านคนตาบอด คนพิการ จะสัมผัสถึงความต้องการของพระเยซูที่อยู่ในเราเสมอ พระองค์มีความรัก และปรารถนา ที่จะช่วยเหลือเค้าเหล่านั้นเป็นอย่างมาก แต่ตัวเราเอง กลับคิดแต่ตัวเอง ว่าจะเกิดผลอะไรตามมา … วันนั้นได้ถามพระองค์ว่า ถ้าเดินผ่านขอทานตาบอด เดินผ่านคนพิการที่ดูไม่มีหวัง พระองค์จะมีสิ่งใดยกเว้น ที่จะไม่รักษาเค้าให้หายหรือไม่ หากข้าพเจ้าเข้าไปแบ่งปันข่าวประเสริฐ และอธิษฐานเผื่อเค้า (จะมีข้อแม้ หรือเงื่อนไขใดๆ หรือเปล่า) พระเจ้าตอบว่า "ไม่มีข้อยกเว้น ทำไมพระองค์จะไม่ทรงรักษาเขาให้หาย ลองไปค้นดูในพระคัมภีร์สิ มีครั้งไหนบ้าง ที่พระเยซูไม่รักษาให้คนเหล่านั้นที่อยู่ตรงหน้า" ข้าพเจ้าใคร่ครวญเรื่องราวในไบเบิ้ลอยู่ 3 วินาที ข้าพเจ้าตอบพระองค์ว่า "ไม่มีเลย" ใช่แล้ว พระเจ้าไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีข้อแม้สำหรับความรัก!
 
2. ไม่ให้พระองค์เองต้องอาย – ไม่ใช่ให้เราไม่ต้องอาย แต่พระเจ้าสัญญาเสมอ ทุกถ้อยคำที่เป็นข่าวดีของพระเยซู พระองค์เองนี่แหละ ผู้สร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก จะยืนยันถ้อยคำที่เราประกาศ ด้วยหมายสำคัญ และการอัศจรรย์เสมอ เพื่อยืนยันพระองค์เอง ว่าทรงเป็นพระเจ้าผู้ยังทรงพระชนม์อยู่ วานนี้ วันนี้ และตลอดไป … พระเยซู ไม่ใช่ที่พระเจ้าที่ตายบนกางเขนแล้วจบ แต่เรื่องราวของพระองค์ คือ ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และยังคงร่วมงานกับเรา อยู่กับเราเสมอไป พระองค์เป็น อิมมานูเอล (นี่แหละ เหตุผลที่พระเจ้าประทานชื่อเว็บคริสเตียนแรกให้ ก็เพราะความหมายดีเลิศนี่เอง) คนตาบอดจะเห็น คนง่อยจะเดินได้ คนป่วยจะหาย คนร้ายจะกลับใจ เราต้องประกาศปีแห่งความโปรดปราน และเปิดเรือนจำออก… เพราะความจริง จะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไท!
 

 
ขอยกเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ Soulwinning: T.L. Osborn ดังนี้
 
อินเดีย
หนุ่มนักศึกษามหาลัยชาวฮินดูผู้หนึ่ง อยู่ท่ามกลางฝูงชนที่เมืองลัคเนาว์ พลางหัวเราะเยาะทุกสิ่งที่เราพูดและทำ เขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มฮินดูหัวรุนแรง ที่ได้ปฎิญาณว่าจะขับศาสนาคริสต์ออกไปจากชายฝั่งทะเลของอินเดีย
เมื่อเราอธิษฐานให้ผู้คนในคืนนั้น พระเยซูคริสต์ในเสื้อคลุมสีม่วง ก็พลันปรากฎพระองค์ต่อนักศึกษาหัวรุนแรงคนนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า ได้ทรแบพระหัตถ์ที่ถูกตรอกตรึงด้วยตะปูให้หนุ่มคนนั้นดู พลางตรัสว่า "เห็นมือเราไหม เราเป็นพระเยซู"
ชายคนนั้นล้มลงตรงพื้นดิน ร้องไห้สะอึกสะอื้นและกลับใจ จากนั้นเขาก็ผลักผู้คนมากมายเพื่อเดินผ่านไปยังเวที แล้วคว้าไมโครโฟนด้วยมืออันสั่นเทา และน้ำตาอาบแก้ม บอกมหาชนเหล่านั้นถึงสิ่งที่ได้เห็น

Chap 21
ฤทธิ์อำนาจอันเหนือธรรมชาติของพระเป็นเจ้า ยืนยันการรับใช้ของผู้เชื่อในศตวรรษที่ 1 นั้น เป็นอีกลักษณะของคริสเตียนในยุคแรก ที่ถูกลบล้างไปในระหว่างยุคมืด (ยุคคาทอลิกครองโลก) ยกเว้นในไม่กี่กรณี นอกนั้นฤทธิ์อำนาจอัศจรรย์ของพระเป็นเจ้า มิได้รับฐานะอันชอบธรรม ในพันธกิจการประกาศข่าวประเสริฐ จนกระทั่งถึงช่วงเปลี่ยน ศตวรรษที่ 20
ถ้าปราศจากการทำให้การอัศจรรย์แห่งข่าวประเสริฐใช้การได้แล้ว คริสเตียนก็จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า เป็นมากกว่าศาสนา ….. ทุกแห่งที่พระเยซูทรงเทศนาสั่งสอน คนจำนวนมากวางใจในพระนามของพระองค์ เพราะพวกเขาเห็นหมายสำคัญที่พระองค์ทรงทำ (ยอห์น 2:23) เปาโลบรรยายว่าโดยผ่านการรับใช้ของเขา พระคริสต์ทรงกระทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์ต่างๆ อย่างทรงพลัง โดยฤทธิ์อำนาจแห่งพระวิญญาณ เป็นเหตุให้พวกต่างชาติเชื่อฟังพระกิตติคุณ ทั้งด้วยถ้อยคำและความประพฤติ (โรม 15:18-19)
 
กว่า 20 ศตวรรษ ที่ไม่มีการอัศจรรย์
ขณะที่คริสตจักรยุคแรก ได้รับความนิยม และมีอิทธิพลการเมือง (ยุคมืด) พวกเข้าเสื่อมถอยด้านฤทธิ์อำนาจฝ่ายวิญญาณ พวกเขาพิจารณาว่า การอัศจรรย์ ไม่จำเป็นในการรับใช้อีกต่อไป สิ่งเหล่านี้ถูกตัดออกจากการนมัสการในที่สาธารณะ และจากคำสอนคริสเตียนอย่างสิ้นเชิง จนกระทั่ง หลายคริสตจักรยุคโรมันคาทอลิก เชื่อและสอนว่า เมื่อเหล่าอัครสาวกเสียชีวิต การอัศจรรย์ก็สิ้นสุดลงด้วย
การค้นพบใหม่ในศตวรรษที่ 20: นักเทศน์อายุ 75 ปีเล่าให้เราฟังว่า ในปี 1895 มีสิ่งที่เกิดขึ้นคือ "ขณะกำลังอธิษฐานกับพระเจ้า ทันใดนั้นก็มีลมพัดผ่านเข้ามา ในห้องที่เรารวมตัวกันอยู่ เราประหลาดใจ เพราะสังเกตุเห็นไฟสว่างโชติช่วง เต้นไปมาเหนือศรีษะกลุ่มคนที่อธิษฐานอยู่ เรารู้สึกเต็มล้นและปิติยินดีในเหตุการณ์นั้น และพบว่าตัวเราเองกำลังสรรเสริญพระเจ้า ในภาษาแปลกๆ ที่พวกเราไม่เข้าใจ เราตระหนักว่า เรากำลังได้รับบัพติศมาในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในแบบเดียวกับที่สาวกของพระคริสต์ได้รับ ในวันเพ็นเทคอสต์ แล้วเราก็รู้สึกพิศวง" การเทลงมาอันทรงฤทธิ์นี้ ตามด้วยการอัศจรย์และหมายสำคัญ ของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ ดังที่เปาโลอธิบาย

One response to “ไม่มีข้อแม้ ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ให้ต้องอาย

  1. Amon says:

    จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด จงกระทำทุกอย่างเพื่อเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้าเถิด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: